การมีธุรกิจเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก พร้อม 5 เทคนิคที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ

หลาย ๆ คนที่เป็นพนักงานประจำหรือเป็นลูกจ้างเค้า ก็คงเจอกับปัญหาเดิม ๆ คือ ต้องทำตามกฏระเบียบขององค์กร หรือบริษัท จนในบางครั้งขาดอิสระภาพในการใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง หนำซ้ำอาจต้องเจอกับปัญหาเพื่อนร่วมงานไม่เข้าใจกัน เจอเจ้านายที่เอาแต่อารมณ์ หรือตระหนี่ ที่ร้ายกว่านั้นคือ เงินเดือนไม่พอกับค่าใช้จ่าย ไม่พอเลี้ยงครอบครัว จนอาจต้องไปกู้บัตรเครดิตหรือหยิบยืมมาจนเป็นหนี้เป็นสิน เอาง่าย ๆ ว่าต้องประหยัดสุด ๆ ให้ค่าใช้จ่ายนั้นเพียงพอในแต่ละเดือน ทั้ง ๆ ที่บางคนมีความสามารถสูง สามารถทำงานให้บริษัทมีผลงาน หรือผลกำไรมากมาย พูดง่าย ๆ ว่าทำงานถวายชีวิตนั่นเอง ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่อยากตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ กำลังคิดจะพลิกผันตัวเองจากพนักงานทำงานประจำ มาเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ก็ยังมีความหวาดกลัวอยู่ว่า ธุรกิจนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จะเจ็งหรือขาดทุนไหม ซึ่งก่อนอื่นคุณจะต้องตัดความกลัวเหล่านี้ออกไปก่อน แล้วมาเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองด้วยเทคนิคเหล่านี้ ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

5 เทคนิคกับการเริ่มต้นทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

1.รักในธุรกิจที่ตัวเองทำ

หากคุณรักหรือชอบในธุรกิจของคุณ คุณก็จะมีแรงบันดาลใจที่อยากจะลงมือทำมันจนประสบความสำเร็จ

2.มีความรู้ความสามารถในธุรกิจที่ทำ

คุณจะต้องทำธุรกิจที่คุณมีความรู้ความชำนาญเป็นอย่างดี หรือศึกษาข้อมูลหาความรู้เพิ่มเติมจนเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่กระโดดไปทำธุรกิจที่คุณไม่ได้ถนัดเลย เช่น เห็นเค้าเปิดบริษัทรับทำบัญชีมีรายได้ดี ก็เปิดตามโดยไม่ได้จบด้านบัญชี หรือมีประสบการณ์เลย

3.วิเคราะห์ธุรกิจให้ถ่องแท้

คุณจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่จะลงมือทำให้ถ่องแท้ ชัดเจน ทั้งในเรื่องของการลงทุน เงินทุนหมุนเวียน ผลกำไร ทำเลที่ตั้ง กลุ่มลูกค้า และจำนวนหมุนเวียนของคนที่มีแนวโน้มว่าจะมาอุดหนุนคุณ

4.ลงมือทำธุรกิจอย่างมีวินัย

คุณต้องมีวินัยในการทำธุรกิจอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ เช่น เปิดร้านอาหาร เวลาเปิดปิดร้านที่แจ้งลูกค้า ก็จะทำตามนั้น ไม่ใช่วันนี้ขี้เกียจก็หยุดร้าน หรือเปิดร้านตามอารมณ์ ก็จะทำให้ลูกค้าเบื่อหน่ายและไม่อยากมาอุดหนุนอีก

5.มีความอดทนรอคอยผลลัพธ์จากธุรกิจได้

คุณจะต้องให้เวลากับธุรกิจของคุณ อดทนรอคอยผลลัพธ์ได้ เหมือนการปลูกต้นไม้หวังดอกหวังผล ก็ต้องคอยรดน้ำใส่ปุ๋ย พรวนดินไม่ใช่เปิดร้านหรือบริษัทได้ 1 เดือน ไม่มีลูกค้าก็ท้อแท้เลิกกิจการไปกลางครัน

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ สำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคุณและครอบครัว เผลอ ๆ คุณอาจมีรายได้ดีมากกว่างานประจำหลายต่อหลายเท่า แต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องมีความรอบคอบ ใช้สติปัญญาความสามารถมากกว่าทุ่มทุนเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้หากธุรกิจดำเนินไปได้ดีแล้ว คุณจึงค่อยเอาผลกำไรไปขยายธุรกิจของคุณให้เติบโตต่อไป

เป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์ได้ไม่ยาก แค่คุณมี 5 คุณสมบัติเหล่านี้

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ปรารถนาการเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์กันทั้งนั้น แม้แต่ผู้ชายเองเกือบทั้งหมด ก็ต้องการผู้หญิงเพอร์เฟกต์หรือเรียกอีกอย่างว่ามีความสมบูรณ์แบบมาเป็นแฟน คำว่าผู้หญิงเพอร์เฟกต์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ผู้หญิงที่สวยเลิศเลอ ร่ำรวยหรือมีชาติตระกูลสูง นามสกุลดังแต่อย่างไร แต่ผู้หญิงเพอร์เฟกต์ที่ว่านี้ คือผู้หญิงที่ใคร ๆ อยากคบหาสมาคมด้วย ได้อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ได้พูดคุยแล้วสบายใจ ได้ข้อคิดและพลังดี ๆ จากเธอแบบนี้ เป็นต้น ซึ่งผู้หญิงหลายคนอาจจะยังไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ คุณจึงไม่มีเสน่ห์ที่จะดึงดูดผู้คนและสิ่งดี ๆ เข้ามา แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณตั้งใจจะเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์ แค่คุณเริ่มต้นทำตาม 5 คุณสมบัติเหล่านี้ มีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

5 คุณสมบัติทำให้คุณกลายเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์

1.เริ่มต้นดูแลตัวเอง ตั้งแต่การรักษาความสะอาด ทั้งเสื้อผ้า ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ผม เล็บมือ เล็บเท้า ช่องปาก ต้องไม่มีกลิ่นปาก รังแค หรือโรคผิวหนังเด็ดขาด และเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับบุคลิกตัวเอง ที่ใส่แล้วเกิดความมั่นใจและถูกกาลเทศะ รองเท้าก็ต้องไม่มีกลิ่นอับของเท้าหรือรองเท้าเด็ดขาด ใส่ใจทุกรายละเอียดของร่างกาย เสื้อผ้า หน้า ผม โดยเน้นความสะอาดเป็นสำคัญ รวมถึงการมีรูปร่างที่ดี จากการควบคุมอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อนและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องใส่ใจเพิ่มขึ้น

2.มีมารยาท และมีอัธยาศัยที่ดี

ข้อนี้เป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้หญิงเพอร์เฟกต์ จะต้องมีมารยาททั้งในการพูด และการเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่นินทาว่าร้ายผู้อื่น ไม่พูดคุยด้วยอารมณ์ แต่ใช้สติและเหตุผล ยิ้มแย้มแจ่มใส มีการทักทายปราศัย รู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวก่ายในพื้นที่หรือเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ต้องให้เกียรติและเคารพในสิทธิของผู้อื่นเสมอ

3.มีน้ำใจรู้จักแบ่งปัน

คุณจะต้องเป็นผู้ให้ที่ดี ทั้งให้สิ่งของ ให้รอยยิ้ม ให้สติปัญญา ให้วิชาความรู้ มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงาน และผู้อื่น ไม่ตระหนี่ในทรัพย์ ไม่แล้งน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่จะทำได้

4.มีวินัยในการใช้ชีวิต

คุณต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัดในการใช้ชีวิตตั้งแต่ตื่นนอน กินอาหาร การทำงาน การพักผ่อน การออกกำลังกาย ซึ่งวินัยเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่ดีขึ้น

5.มีความรับผิดชอบสูง

ไม่ว่าจะเป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน คุณจะต้องทำงานให้เหมือนกับคุณเป็นเจ้าของบริษัทหรือธุรกิจเอง ทำงานอย่างเต็มที่เต็มกำลัง รวมถึงความรับผิดชอบต่อครอบครัว คุณต้องดูแลให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวเป็นพิเศษ ดูแลพวกเค้าอย่างดี รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ อย่างถูกต้อง

และทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 คุณสมบัติที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ มีคุณค่าทั้งภายนอกและภายใน ที่สำคัญเมื่อคุณทำบ่อย ๆ ทุกวันสม่ำเสมอ คุณสมบัติเหล่านี้มันจะกลายเป็นเนื้อแท้กับตัวคุณ เปลี่ยนคุณให้มีเสน่ห์ เป็นที่ดึงดูดให้สนใจ มีพลังดี ๆ ที่ส่งออกไปโดยที่คนอื่นรับรู้ได้นั่นเอง

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ผิวขาวใส โดยไม่ต้องพึ่งเข็มและยา

ในยุคปัจจุบันนี้ ความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีด้านความงาม ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อหนุ่มสาวอย่างมาก เพราะสามารถเนรมิตคนที่มีหน้าตาธรรมดาๆ ให้กลับสวยหล่อขึ้นมาได้อย่างกับคนละคน ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมโดยมีดหมอ ทั้งเสริมหน้าอก เสริมจมูก เสริมคาง และที่กำลังมาแรงในตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นการฉีดผิวขาว ไม่ว่าจะฉีดกลูต้าไธโอน ฉีดวิตามินเข้าผิว ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นให้ความสนใจกันเป็นอันมาก ถึงแม้จะอยู่ในความดูแลของหมอ แต่อย่างไรก็ตามก็สู้วิธีการทางธรรมชาติไม่ได้แน่นอน เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงมากจากการฉีดผิว รวมทั้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะสามารถมีสุขภาพผิวที่ดี ขาวเนียนใสได้โดยไม่ต้องพึ่งเข็มและยา ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ให้มีผิวขาวเนียนใสด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ที่ได้ผลและปลอดภัยสูงสุด รวมถึงการมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นด้วย อยากรู้แล้วใช่ไหม ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

การดูแลตัวเองให้มีผิวขาวเนียนใส

1.ดื่มน้ำที่มีคุณภาพ วันละ 3 ลิตร

น้ำคือ องค์ประกอบหลักของผิวพรรณ เราควรเลือกดื่มน้ำที่สะอาด มีคุณภาพอย่างน้ำแร่ให้ได้วันละ 3 ลิตร / วัน ทุกๆ  2  ชม. เพื่อให้เกิดการขยายตัวของผิวหนังและหลอดเลือด ในการนำวิตามินแร่ธาตุต่างๆ เข้าสู่ผิวได้มากขึ้น เกิดความขาวกระจ่างใส นอกจากนี้ร่างกายยังขับสารพิษในผิวหรือสารพิษในร่างกาย เช่น ตับ ไต ที่เกิดจากสารเคมีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาหรืออาหารที่เรากินเข้าไป หรือเครื่องสำอาง เครื่องประทินผิวที่เราใช้ ออกมาทางปัสสาวะและระบบขับถ่ายของเรา เพื่อฟื้นฟูร่างกายใหม่ ส่งผลดีต่อระบบผิวพรรณและสุขภาพของเรานั่นเอง อย่างที่เราเคยได้ยินกันว่า ผิวมีน้ำมีนวล แบบนั้นเลย

2.การดื่มนมวัวแท้ 100%

การดื่มนมวัว เป็นการเติมโปรตีนให้กับผิว มีความยืดหยุ่นแข็งแรง เพราะในนมวัวมีกรดอะมิโนจากโปรตีนที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตวิตามินซีขึ้นมาได้มากกว่าเดิม ผิวจึงขาวเนียนใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยขับถ่ายจุลินทรีย์ตัวเสียออกจากร่างกาย ซึ่งควรดื่มนมวัวแท้ 100% แบบไม่พร่องมันเนย ให้ได้วันละ 500 ml. จะแบ่งทานระหว่างวัน หรือทานทีเดียวพร้อมกันเลยก็ได้เช่นกัน

3.ดื่มน้ำผลไม้ตระกูลวิตามินซี

อาจเป็นน้ำส้มคั้นจากส้มเปลือกแข็งอย่างเช่น พันธุ์ธนาธร ก็ได้ คั้นน้ำดื่มก่อนนอนให้ได้ 500 ml. ต่อวัน หรืออาจเป็นน้ำผลไม้อื่นๆ ตามชอบ อย่างน้ำฝรั่ง น้ำเสาวรส เพราะวิตามินซี ในน้ำผลไม้จะช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุ แมงกานีส ฟอสฟอรัส ที่ไปช่วย กระบวนการขยายตัวของหลอดเลือดให้เลือดลมไหลเวียนดี ทำให้ผิวมีเลือดฝาด หรือที่เรียกกันว่า ผิวขาวใสอมชมพูนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ใกล้ตัวที่เริ่มจากการดูแลตัวเองด้วยอาหารการกิน เป็นวิธีการทางธรรมชาติที่ปลอดภัยและได้ผลมากที่สุด หากใครนำไปใช้ ก็ไม่ยากเลยที่คุณจะมีผิวขาวเนียนใส สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ลองไปทำกันดูนะ

จริงหรือ อาหารคลีน ช่วยลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพของคุณได้ดีเยี่ยม

เราจะเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น ทั้งหญิงและชาย ในเรื่องอาหารการกิน และการออกกำลังกาย ซึ่งในตอนนี้เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพหรือเรียกอีกอย่างว่าอาหารคลีน กำลังได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่ ไม่เว้นแต่ผู้สูงวัย ซึ่งหลายคนอาจจะรู้จักอาหารคลีนกันบ้างแล้วว่ามันคืออะไรและช่วยเรื่องรูปร่างให้ดูได้สัดส่วนกระชับ รวมถึงการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ผิวพรรณที่ดูสดใสอ่อนเยาว์ ทั้งหมดนี้เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการกินอาหารคลีน และสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักว่าการกินคลีน หรืออาหารคลีนนั้นคืออะไร ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับอาหารคลีนว่ามันเป็นลักษณะไหน และมีคุณประโยชน์มากมายอย่างไร รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการกินคลีนนั้นสุดยอดแค่ไหน ไปดูกันเลยดีกว่า

มาทำความรู้จักกัน อาหารคลีนคืออะไร

อาหารคลีนคืออาหารที่ทำขึ้นเพื่อเน้นการดูแลสุขภาพ ปราศจากการปรุงแต่ง สี กลิ่น รส หรือปรุงแต่งน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เป็นอาหารที่รสอ่อน ๆ หรือ กลาง ๆ รสไม่จัด ส่วนมากใช้การปิ้ง ย่าง นึ่ง แทนการทอดหรือผัดที่ต้องใช้น้ำมัน หรือถ้าจำเป็นต้องใช้น้ำมัน ก็จะเลือกน้ำมันที่เป็นกรดไขมันอิ่มตัวในการปรุงอาหาร เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันคาโลน่า เป็นต้น นอกจากนี้อาจใช้ซีอิ๊วขาวที่ทำจากถั่วเหลืองรสอ่อน ๆ แทนน้ำปลาที่มีรสเค็มมาก หรืออาจใช้น้ำผึ้งให้ความหวานเบา ๆ แทนน้ำตาล ใช้ขนมปังโฮลวีต แทนขนมปังขาว ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขัดสี หรือเป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน อย่างอกไก่ เนื้อปลาต่าง ๆ ไข่ต้ม นมพร่องมันเนย ธัญพืช ถั่วต่าง ๆ รวมถึงผักผลไม้หลากสีหลากชนิด เป็นต้น

ประโยชน์มากมายจากการกินอาหารคลีน

แน่นอนประโยชน์และผลลัพธ์ที่ได้อันดับแรกเลย คือ การมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ผิวพรรณดูสดใสมีน้ำมีนวลขึ้น รูปร่างเฟิร์มกระชับและได้สัดส่วนสวยงาม น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น และร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ไปใช้ได้เต็มที่

การกินคลีนที่ถูกต้อง

อาหารคลีนเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์ กระเพราะอาหารและตับไตจึงไม่ต้องทำงานหนัก ขณะเดียวกันเราก็อาจหิวเร็วขึ้น ซึ่งเราอาจแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อยจาก มื้อเช้า กลางวัน เย็น เพิ่มเป็น 4-6 มื้อย่อยก็ได้ และไม่ควรอดอาหาร หรือมื้อหนักใน 3 มื้อนี้เด็ดขาด ขณะเดียวกันคลีนที่แท้จริงจะต้องมีรสชาติอ่อน ๆ และเป็นอาหารที่มีส่วนผสมของแป้ง น้ำตาลน้อยที่สุด ควรทานอาหารคลีนหลากหลายให้ครบ  5 หมู่ในแต่ละมื้อ

เห็นไหมว่าการกินคลีนมันสุดยอดแค่ไหน ดังนั้นอย่ารอช้า เราควรเริ่มหันมามีวินัยกับการกินคลีนอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้เราก็จะเป็นเจ้าของหุ่นสวย ฟิตเฟิร์ม สุขภาพแข็งแรงกันได้ในระยะเวลาสั้น ๆ นั่นเอง

อาหารคือการสื่อสารทางวัฒนธรรม

                อาหารไทยนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพราะนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมแล้ว หน้าตายังน่ารับประทานอีกด้วย ดังที่มีคำกล่าวว่า “รูปสวยรวยรส” ก็น่าจะไม่เกินความจริง แต่การเผยแพร่อาหารไทยไปทั่วโลกนั้นนอกจากจะเป็นการประกาศให้ทั่วโลกทราบว่าคนไทยมีฝีมือในการทำอาหารแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านทางอาหารอีกด้วย ว่าประเทศเรานั้นมีศิลปวัฒนธรรมที่งดงามและยาวนาน แม้แต่ในอาหารยังมีความประณีตทั้งในการปรุงรสและกระแกะสลักตกแต่งให้หน้าตาของอาหารให้ดูน่ารับประทานอีกด้วย

วัฒนธรรมที่ส่งผ่านอาหารเลิศรส

อาหารไทยเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่านอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังมีกลิ่นที่เชิญชวนให้รับประทานและมีหน้าตาและสีสันสวยงาม อีกทั้งยังมีหลายชนิด แม้แต่การประกอบอาหารก็ยังมีการประดิดประดอยเพื่อเสริมรสชาติทั้งยังเป็นอาหารตาอีกด้วย การประดิษฐ์อาหารให้มีความสวยงามนั้นแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของชาวไทยว่ามีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างไร ทำให้ทั่วโลกทราบว่าข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย และข้าวไทยนั้นอร่อยที่สุด ทำให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ว่าคนไทยนั้นเป็นคนช่างคิด ช่างทำ มีความอดทนมีฝีมือประณีต มีความคิดสร้างสรรค์ อาหารสำรับไทยโบราณนั้นไม่เป็นแค่อาหารจานเดียว แต่จะจัดมาเป็นสำรับ ในหนึ่งสำรับนั้นจะมีกับข้าวที่มีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อทานด้วยกันแล้วสามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี นั่นแสดงให้เห็นว่าคนไทยมีวัฒนธรรมการกินที่ละเอียดอ่อน ต้องกินครบรสและแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันยาวนานผ่านทางการแกะสลักผักและผลไม้อีกด้วย

เราต้องยอมรับว่าอาหารไทยไม่ได้เป็นแต่เพียงอาหาร แต่ยังนับเป็นงานศิลปะอีกด้วย เพราะนอกจากจะมีการปรุงรสให้กลมกล่อมแล้ว ในการตกแต่งจานก็ยังต้องทำให้สวยงามน่ารับประทาน แต่ถึงแม้ว่าอาหารไทยจะเป็นที่นิยมไปทั่วโลก แต่วัยรุ่นไทยเองกลับสนใจอาหารตะวันตก อาหารต่างชาติมากกว่า จะเห็นได้ว่าอาหารชาติอื่น ๆ เข้ามาได้รับความนิยมจากวัยรุ่นไทยเป็นจำนวนมาก เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่อาหารไทยดั่งเดิมกำลังเลือนหายไปตามกาลเวลาเพราะไม่มีใครทำเป็น อาจจะเป็นเพราะมีกรรมวิธีการทำที่ต้องอาศัยความชำนาญ การฝึกฝน และต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากจึงทำให้น้อยคนจะทำเป็น อาหารไทยโบราณบางชนิดแม้แต่คนไทยเองก็ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าวิถีชีวิตของคนไทยจะเปลี่ยนไป แต่ก็อยากให้คนไทยกลับมาสนใจที่จะอนุรักษ์ อาหารไทย ขนมไทยให้คงอยู่ เพื่อแสดงให้ลูกหลานเห็นถึงวัฒนธรรมที่ยาวนานของเรา อยากให้วัยรุ่นไทยมีความรู้สึกรักและหวงแหนในวัฒนธรรมประเพณีของเรา มันคงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าหากเด็กรุ่นใหม่ทำอาหารไทยเป็น และกลับมาสืบทอดสูตรอาหารไทยโบราณกันอีกครั้ง เพื่อให้ขาวโลกรู้ว่าเราไม่ได้ลืมรากเหง้าของตัวเอง ไม่ได้ไหลไปกับกระแสตะวันตก

สุดยอดโสมไทย “กระชายเหลือง” หาง่าย ราคาถูก สรรพคุณเทียบโสมเกาหลี

อย่างที่รู้กันว่า โสมเกาหลี นั้นมีสรรพคุณมากมายในการรักษาโรค บำรุงร่างกายให้แข็งแรง เหมาะกับผู้ป่วย ผู้สูงวัย และผู้ที่ต้องการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ซึ่งกลุ่มคนที่รับประทานโสมเกาหลีนี้ ต้องค่อนข้างมีฐานะที่ดี เนื่องจากราคาที่สูงมากเป็นหลักหมื่นเลยทีเดียว ซึ่งลำพังคนจนหรือคนรากหญ้า คงยากที่จะดูแลบำรุงร่างกายตัวเองด้วยโสมเกาหลีได้ พูดง่ายๆว่ามันคือสมุนไพรนอกสำหรับคนรวยนั่นเอง แต่โลกไม่เคยลำเอียง ย่อมสร้างสิ่งที่ดีที่สุด และคู่ควรให้กับมนุษย์เสมอ อย่างกระชายเหลือง ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านโรค บำรุงร่างกาย ไม่แพ้กับโสมเกาหลี ที่สำคัญมันราคาถูก และหาได้ง่ายในประเทศไทย เหมาะกับกลุ่มคนหลากหลาย ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น ไม่จำกัดฐานะ ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกระชายเหลือง สุดยอดสมุนไพรไทยที่ไม่น้อยหน้าประเทศไหนๆ พร้อมสรรพคุณอันมากมายที่คุณจะต้องทึ่งอย่างแน่นอน มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

มารู้จักกระชายเหลือง สุดยอดสมุนไพรกัน

ก่อนอื่นเราจะพาคุณไปรู้จัก กระชาย กันก่อน กระชายนั้นมี 3 ประเภท คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงกระชายเหลือง เป็นพืชล้มลุกอยู่ในแถบร้อน มีลักษณะเป็นเหง้าเกิดใต้ดิน และแตกรากขยายออกไปเป็นหน่อจำนวนมากมาย ตรงกลางอวบกว่าส่วนหัวและท้าย มีสีเหลือง และมีกลิ่นหอมมาก นิยมนำมาทำเป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหาร และต้านโรค บำรุงกำลัง ตั้งแต่โบราณจนมาถึงปัจจุบัน

สรรพคุณมากมายของกระชายเหลือง

กระชายเหลืองมีสรรพคุณเทียบโสมเกาหลี จนได้รับขนานนามจากวงการแพทย์แผนไทยว่า เป็นโสมไทย เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงเอ็นและกระดูกให้แข็งแรง บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ บำรุงตับไต ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศทั้งหญิงและชาย เช่น ในกรณีเพศหญิงที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไปก็อาจเป็นมะเร็งเต้านมได้ หรือน้อยเกินไปก็อาจเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ กระชายเหลืองจะทำการปรับฮอร์โมนดังกล่าวให้สมดุลนั่นเอง ช่วยปรับความดันโลหิตให้ปกติ สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ร่างกาย ห่างไกลไข้หวัดและโรคร้ายต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้ป่วย ผู้สูงวัย และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

รับประทานกระชายเหลืองอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในการรับประทานกระชายเหลืองนั้น สามารถนำมาเป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหารได้เลย เช่น แกงป่า แกงเลียง น้ำยาป่าขนมจีน แต่ถ้าต้องการให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด นิยมนำมาคั้นน้ำแยกกาก ผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำมะนาว หรือใบโหระพา เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นให้ทานง่ายขึ้น และเสริมฤทธิ์กัน ซึ่งควรดื่มน้ำกระชายเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วย และบำรุงร่างกายของคนปกติทั่วไป ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

รู้อย่างนี้แล้วเราก็ควรเริ่มหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพตัวเองด้วยกระชายเหลือง โสมไทยที่มีสรรพคุณมากมาย ไม่แพ้โสมชนชาติไหนๆ ที่สำคัญมันหาง่ายในบ้านเรา และราคาไม่แพงเหมือนกับโสมนอก จึงไม่จำเป็นที่คุณจะต้องจ่ายแพงอีกต่อไป

5 ยอดนักกีฬา สวย-หล่อในดวงใจ

รัชนก อินทนนท์ นักแบดสาวมือ 1 ของไทย โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าแชมป์ใหญ่ๆ ได้ถึง 3 ในปีนี้ แมทต์ที่ได้ใจคนไทยทั้งประเทศ คือช็อตหลังคว้าแชมป์ที่เดนมาร์กโอเพ่น เธอได้มองขึ้นบนฟ้า พร้อมก้มกราบลงไปที่พื้นสนาม ด้วยคราบน้ำตา แสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ในช่วงเวลาที่กำลังจะมีพิธีสำคัญที่สุดของชาวไทยเวลานั้น

เจ ชนาธิป หรือเมสซี เจ ทีมชาติไทยที่ความสามารถไม่ได้เล็กตามตัวเพราะการันตีด้วยรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากหลายการแข่งขัน ฟอร์มการเล่นของ เมสซี เจ โดดเด่นมาก เล่นเร็ว เล่นพริ้ว ใช้ความเล็กของตัวเองมาเป็นข้อได้เปรียบให้ทีม

นักมวยดีกรีนายแบบ อองตวน ปินโต มีหน้าตาโดดเด่นไม่แพ้ฝีมือต่อยมวย ฮุกซ้ายฮุกขวา หนักๆ เน้นๆ ทำคู่ต่อสู้น็อคมาเยอะ อองตวนชกมาแล้วก็หลายเวทีอย่าง ปัจจุบันเซ็นสัญญาเข้าสังกัดไทยไฟต์

ปลื้มจิตร ถิ่นขาว เจ้าของตำแหน่งบอลกลางและกัปตันทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย เธอโดดเด่นด้วยทักษะบอลเร็ว แถมยังเล่นได้ทุกตำแหน่ง มีรางวัลต่างๆการันตีความสามารถ รวมถึงรางวัลนักกีฬาขวัญใจมหาชน

เอรียา จุฑานุกาล ถือเป็นปีทองของเธอ เมื่อระเบิดฟอร์มจนก้าวขึ้นไปยึดมือ 1 ของโลกได้สำเร็จอยู่พักหนึ่งเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา กวาดแชมป์ระดับเยาวชนในประเทศมาทุกรุ่น ปัจจุบันเป็นแชมป์ในทัวร์นาเมนต์ LPGA ไปแล้ว 7 รายการ

กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ แต่คนเล่นกีฬานี่สิ วิเศษกว่า ไม่ว่ากีฬาอะไรก็สนุกและมีประโยชน์ทั้งนั้นค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นกีฬาออนไลน์อย่าง w88 mobile ที่รวบรวมแทบทุกแมทต์การแข่งขันที่สนุกๆ และสำคัญๆ ไว้ครบทุกชนิดกีฬา ซึ่งคุณสามารถทำได้ในคลิ๊กเดียว  กองเชียร์อย่างเราต้องขอบคุณความทุ่มเท ความเหนื่อยยากของนักกีฬาทุกคนที่ตั้งใจทำผลงาน นำชื่อเสียงมาให้ประเทศไทย

 

บุหรี่มือสอง ภัยร้ายสำหรับคนไม่สูบบุหรี่

ทุกคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ควันบุหรี่ก็มีสารพิษที่เมื่อสูดดมเข้าไปมาก ๆ สามารถทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพองได้ แต่ไม่ใช่จะมีเพียงผู้ที่สูบบุหรี่เท่านั้นที่จะได้รับอันตรายจากควันบุหรี่ ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เองแต่ถ้าหากต้องอยู่ร่วมกับคนที่สูบบุหรี่ ก็อาจจะได้สูดดมควันบุหรี่เข้าไปด้วยเช่นกัน และอาจทำเป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่ต่างจากผู้ที่สูบบุหรี่เอง และเราเรียกผลกระทบจากควันบุหรี่นี้ว่า บุหรี่มือสอง

บุหรี่มือสอง

                คำว่าบุหรี่มือสองนั้นคือผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่สูบบุหรี่ ทำให้ต้องสูดดมควันพิษจากบุหรี่เข้าไปจนทำให้อาจเกิดโทษต่อร่างกายได้ โดยผู้ที่เป็นบุหรี่มือสองนั้นนอกจากจะได้รับสารจากการสูดดมควันบุหรี่จากผู้สูบโดยตรงแล้ว ต่อให้เราเลี่ยงไม่ไปใกล้ ๆ เวลาที่เขาสูบ เราก็ยังจะได้รับความพิษจากการสูดดมเขม่าควันที่ติดตามเสื้อผ้าของผู้สูบได้เช่นกัน โดยผู้ที่เป็นบุหรี่มือสองนี้มักจะได้รับสารพิษจากควันบุหรี่มากกว่าผู้สูบเองด้วยซ้ำ เพราะเวลาสูบบุหรี่ควันที่พ่นออกมานั้นมีปริมาณมากกว่าที่ผู้สูบ สูบเข้าไปดังนั้นผู้ที่ไม่สูบจึงสูดควันเข้าไปเต็ม ๆ  เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้สูบ จึงมีแนวโน้มที่จะป่วยเพราะควันบุหรี่มากกว่าผู้ที่สูบซะอีก

โทษจากควันบุหรี่

                เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าควันบุหรี่มีโทษต่อร่างกายเป็นอย่างมาก และในควันบุหรี่ก็มีสารพิษให้โทษต่อระบบร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นิโคติน, ทาร์, ไฮโดรเจนไซยาไนด์, คาร์บอนมอนอกไซด์ และยังมีสารพิษให้โทษอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสารพิษเหล่านี้ส่งผลต่อระบบต่างของร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบทางเดินหายใจ การทำงานของหัวใจ หรือแม้แต่ดวงตาเป็นต้น

ควันบุหรี่ส่งผลกะทบต่อร่างกายอย่างไร

                ควันจากบุหรี่มีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายดังนี้

ผลกระทบต่อดวงตา เนื่องจากควันบุหรี่มีสารพิษอยู่มาก ดังนั้นเมื่อเราสูบบุหรี่บ่อย ๆ ควันจากบุหรี่ก็จะขึ้นไปเกาะสะสมอยู่ที่กระจกตา เมื่อสะสมไปเป็นเวลานานอาจจะทำให้กลายเป็นโรคต้อกระจกได้

ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เราทราบดีอยู่แล้วว่าการสูบบุหรี่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดหรือโรคถุงลมโป่งพองได้

ผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ สารนิโคตินและสารพิษอื่น ๆ ในควันบุหรี่มีผลทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัวซึ่งเป็นสาเหตุของหลอดเลือดหัวใจและส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

เราต่างรู้กันดีว่าบุหรี่นั้นให้โทษต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นหากเราเลี่ยงที่จะไม่สูบได้ก็จะเป็นผลดีต่อตัวเราและคนรอบข้าง หรือแม้แต่ผู้ที่สูบบุหรี่ ก็ควรที่จะพยายามเลิกสูบ เพราะเมื่อคุณสูบไม่ใช่แค่คุณที่ได้รับผลกระทบ แต่ครอบครัวและคนที่คุณรักเองก็ได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ด้วยเช่นกัน

แสงสีฟ้า อันตรายใกล้ตาที่หลายคนยังละเลย

ในปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 ของเราไปแล้ว เรามีติดตัวกันทุกคนและเรายังใช้มันตลอดเวลา ไม่ว่าจะใช้ในการทำงานหรือเพื่อความบันเทิงก็ตาม เราแทบจะมองจอกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นในตอนทานข้าว ตอนรอรถ หรือเวลาว่าง ๆ เราก็มักจะนำโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นเกมส์หรือเล่นอินเตอร์เน็ต แต่เรารู้หรือไม่ว่า หน้าจอที่เรานั่งก้มหน้าจ้องมันตลอดเวลานี้ มันมีอันตรายซ่อนอยู่ เจ้าอันตรายที่ว่านี่ก็คือแสงสีฟ้าที่สามรถทำร้าย ทำลายดวงตาของเราได้นั่นเอง

แสงสีฟ้าคืออะไร

                หลาย ๆ คนทราบว่าในหน้าจอมือถือ จอคอมพิวเตอร์ และจอทีวีนั้นมีแสงสีฟ้า แต่แม้แต่แสงอาทิตย์ก็มีแสงสีฟ้าเช่นกันเป็น ถึงแม้เราจะทราบว่าแสงสีฟ้าเป็นอันตรายต่อดวงตา แต่เรามักไม่ทราบว่าแสงสีฟ้าส่งผลต่อดวงตาของเราอย่างไร แสงสีฟ้าคือแสงที่มีพลังงานสูงซึ่งเป็นแสงที่มีความสามารถทำลายจอประสาทตาของเราได้ และนอกจากจะมีผลต่อดวงตาแล้วยังไปยับยั้งการหลังของสารเมลาโทนินซึ่งก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้อีกด้วย แต่ในโลกยุคปัจจุบันนี้จะให้เราเลิกใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์เลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรายังคงใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการทำงานอยู่ แต่เรามีวิธีในการดูแลรักษาและถนอมดวงตาที่ต้องใช้งานอยู่กับแสงสีฟ้าเช่นกันดังต่อไปนี้

  1. ปรับแสงสว่างหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ให้พอเหมาะไม่ให้สว่างหรือมืดจนเกินไป
  2. พักสายตาละสายตาจากหน้าจอบ้าง ไม่ควรจ้องหน้าจอติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
  3. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการตาแห้ง
  4. ทานผักหรือผลไม้ที่มีวิตามินที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาเช่น ผักบุ้งหรือฟักทองเป็นต้น
  5. ติดฟิล์มกรองแสงหรือใส่แว่นตาที่ช่วงกรองแสงสีฟ้า
  6. เมื่อรู้สึกว่าสายตาล้า ให้มองออกไปไกล ๆ มองบริเวณที่มีต้นไม้สีเขียวเป็นการพักสายตา

ดังนั้นเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อรักษาดวงตาของเรา เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญในการดำเนินชีวิต อย่าอยู่กับหน้าจอนานเกินไป ออกไปมองฟ้า มองธรรมชาติบ้าง เพราะนอกจากจะเป็นผลดีกับดวงตาของเราแล้วยังส่งผลดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิตของเราอีกด้วย เรามักใช้เวลาว่างไปกับการมองภาพในจอ แต่ยังมีสิ่งอื่น ๆ อีกมากให้เราได้ใช้เวลากับมัน สำหรับใครที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอทั้งวันแล้ว ในการทำงานเราคงไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ แต่เมื่อเรามีเวลาว่างเราก็ไม่ควรจมอยู่กับหน้าจอเช่นเดิม ควรไปพักสายตาบ้างเพื่อให้สายตาเราไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป

เครื่องสำอางมีวันหมดอายุหรือเปล่านะ

                สาว ๆ กับเครื่องสำอางเป็นของคู่กัน สาว ๆ ทุกคนไม่ว่าจะใครจะต้องมีเครื่องสำอางประจำตัวอย่างน้อยคนละ 1 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นแป้ง ลิปสติก หรือรองพื้น แต่เราเคยรู้กันหรือเปล่า ว่าเครื่องสำอางก็มีวันหมดอายุเหมือนกัน แต่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งาน และชนิดของเครื่องสำอางชนิดนั้น ๆ

วันหมดอายุของเครื่องสำอางแต่ละชนิด

                เครื่องสำอางแต่ละชนิดนั้นจะมีวันหมดอายุที่ต่างกันตามลักษณะการใช้งานที่ต่างกัน เครื่องสำอางบางชนิดอาจจะมีวันหมดอายุบอกไว้ชัดเจนที่บรรจุภัณฑ์ แต่หากไม่ได้บอกไว้เราก็สามารถแบ่งการหมดอายุตามชนิดและลักษณะการใช้งานได้ดังนี้

มาสคาร่าและอายไลน์เนอร์ มีอายุ 3 เดือน เครื่องสำอางชนิดนี้มีอายุสั้นที่สุด เพราะใช้กับบริเวณรอบดวงตาและหากใช้ไปนาน ๆ อาจเกิดการสะสมของเชื้อโรค ทำให้มีอายุสั้น และถึงแม้ว่าเราจะใช้ไม่หมดภายใน 3 เดือน เราก็ควรทิ้งเพราะการสะสมของเชื้อโรคอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือติดเชื้อได้

อายแชโดว์มีอายุ 2 ปี และหากโดนน้ำอายุจะเหลือแค่ 6 เดือน ถึงแม้ว่าอายแชโดว์จะใช้กับบริเวณรอบดวงตาเช่นกัน แต่มีลักษณะเป็นฝุ่นจึงทำให้อายุการใช้งานสูงขึ้น

เครื่องสำอางที่มีลักษณ์เนื้อเหลวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รองพื้น, เบส, คอนซีลเลอร์, ไพรเมอร์ มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี เครื่องสำอางชนิดนี้จะมีราคาสูงแต่อายุการใช้งานต่ำ เพราะใช้กับใบหน้าและอาจทำให้เกิดเชื้อโรคสะสมได้ และเครื่องสำอางชนิดนี้มักจะมีวันหมดอายุติดอยู่ที่บรรจุภัณฑ์ และเราควรทิ้งเมื่อหมดอายุ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ และทำให้เกิดสิวได้

แป้งอัดแข็ง แป้งตลับ และแป้งผสมรองพื้น มีอายุ 1ปี เนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นแบบฝุ่นจึงทำให้อายุการใช้งานสูงขึ้น

ไฮไลท์ บรอนเซอร์ และบรัชออน มีอายุ 2 ปี เนื่องจากการใช้งานของเครื่องสำอางชนิดนี้เราใช้กับแปรง และใช้ไม่ได้เยอะมาก ประกอบกับเป็นเนื้อฝุ่น อายุการจึงสูงตามไปด้วย

ลิปสติกและดินสอเขียนขอบปาก มีอายุ 2 ปี เนื่องจากเป็นเนื้อครีมและมีของเหลวผสมอยู่น้อยและส่วนประกอบเป็นไขมัน จึงทำให้มีอายุการใช้งานสูง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะอาดในการใช้งานและการเก็บรักษา แนะนำว่าหากต้องการยืดอายุการใช้งานก็ควรใช้กบอุปกรณ์ที่สะอาด เช่น กบเหลาดินสอเขียนขอบปาก หรือแปรงทาปาก ก็ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นที่สะสมของเชื้อโรค

เครื่องสำอางแต่ละชนิดจะมีอายุการใช้งานสั้นหรือยาว ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะการใช้งาน หากเราหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับเครื่องสำอาง ก็จะช่วยยืดอายุของเครื่องสำอางออกไปได้ แต่ทั้งนี้หากพบว่าเครื่องสำอางชนิดนั้นมันเกินเวลาหรือหมดอายุการใช้งานแล้วก็ควรทิ้ง ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ตามมาได้