งดขนมของหวาน ทานแต่ผลไม้ แต่ทำไมยังอ้วนอยู่?

                การลดน้ำหนักนั้นเรารู้กันอยู่แล้วว่าจะต้องงดการทานขนม ของหวาน และหันมาทานผักและผลไม้เป็นหลัก แต่สงสัยหรือไม่ว่า เราก็ทานแต่ผักและผลไม้ แต่ทำไมยังอ้วนอยู่ ทั้งที่งดขนมของหวานแต่ทำไมน้ำหนักยังไม่ลด นั่นก็เพราะผลไม้นี่แหละที่อาจจะเป็นสาเหตุของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เพราะผลไม้บางชนิดก็น้ำตาลสูงพอ ๆ กับขนมเลย และถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะทำยังไงดี ต้องเลือกกินอย่างไรถึงจะไม่อ้วน

กินผลไม้ทำไมอ้วน

                กินผลไม้แล้วทำไมยังอ้วน เพราะผลไม้บางชนิดก็มีความหวานมีปริมาณของน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตสูง และน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในผลไม้นี่แหละที่เป็นตัวการทำให้เราน้ำหนักขึ้น ดังนั้น ถ้าหากเราต้องการจะควบคุมน้ำหนักด้วยการทานผลไม้ ก็ต้องเลือกชนิดของผลไม้เช่นกัน ว่าผลไม้ชนิดไหนที่จะทำให้น้ำหนักเราเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลไม้ที่ไม่แนะนำให้ทานในขณะควบคุมน้ำหนักก็คือพวกผลไม้เขตร้อน หรือผลไม้พื้นบ้านที่เรารู้จักกันดี อย่างเช่น มะม่วง, ทุเรียน, เงาะ, ลำไย, กล้วย และผลไม่ที่มีรสหวานจัดอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะผลไม้เหล่านี้มีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก ถ้ากินมาก ๆ อาจทำให้อ้วนได้โดยไม่รู้ตัว

แต่ถึงแม้ว่าจะมีผลไม้ที่เราต้องเลี่ยงแต่ก็ยังมีผลไม้อีกหลากหลายชนิดที่เรายังสามารถรับประทานได้ในช่วงลดน้ำหนัก คือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพราะนอกจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะอร่อยแล้วยังแคลอรี่ต่ำอีกด้วย นอกจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แล้วยังมีผลไม้อีกหลากหลายชนิดที่สามารถทานได้ในขณะลดน้ำหนัก เช่น

1. แก้วมังกร เพราะแก้วมังกรจะมีเส้นใยเยอะจะช่วยในเรื่องการขับถ่าย

2. แตงโม ถึงแม้ว่าแตงโมจะมีรสชาติหวานแต่แตงโมก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะช่วยทำให้อิ่มไว และมีเส้นใยสูงอีกด้วย

3. มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีรสหวานอีกชนิดที่สามารถรับประทานได้ในช่วงลดน้ำหนัก เพราะมะละกอเต็มไปด้วยเส้นใย แถมยังมีส่วนช่วยในการขับถ่าย เมื่อกินเป็นประจำก็จะช่วยให้ท้องไม่ผูกอีกด้วย

และการทานผักใบเขียวก็มีส่วนช่วยอย่างมากต่อระบบขับถ่าย หากเรารับประทานผักใบเขียวเป็นประจำ เส้นใยในผักจะช่วยให้เราท้องไม่ผูก เมื่อการขับถ่ายเป็นปกติรูปร่างที่ดีก็จะตามมา

กินผลไม้อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

                ถึงแม้ว่าการทานผักและผลไม้จะส่งผลดีต่อร่างกายก็ตาม แต่อะไรที่มากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ การทานผลไม้ก็เช่นกัน ผลไม้ที่มีรสชาติหวานนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถทานได้ แต่ให้ทานแต่น้อยทานแต่พอดีก็จะไม่เกิดผลเสีย การรู้จักเลือกรับประทานอาหาร และการรับประทานแต่พอดีนั้นเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพและรูปร่าง เพราะถ้าเราไม่รู้จักเลือกกิน กินไม่เลือก ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายอย่างไรก็คงไม่สามารถจะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีได้

โรคอ้วน…ป้องกันได้ ลดอาหาร เพิ่มการออกกำลังกาย ง่าย ๆ เท่านี้

หลายคนคงเคยประสบปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน แต่อีกหลายคนอาจจะกำลังเผชิญหน้าอยู่กับโรคอ้วน ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่วนเวียนอยู่ในช่วงชีวิตของคนเรา เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เกาต์ โรคหลอดเลือดหัวใจ ฯลฯ ด้วยวิถีชีวิตของคนในสังคมปัจจุบัน มีอัตราเครียด และอาหารการกิน ที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายและโรคภัยไข้เจ็บสูง กว่าที่เราจะรู้ตัวและหาทางป้องกัน บางทีก็อาจจะสายเกินไป  แต่สำหรับบางคนซึ่งได้พิสูจน์ผลลัพธ์ของการมีสุขภาพดีด้วยตนเองนั้น มีหลักคิดสำคัญอยู่ 3 ประการได้แก่ 1.การออกกำลังกาย 2.การควบคุมอาหาร 3.การคิดบวก ซึ่งหากเราทำ 3 สิ่งนี้เป็นประจำ น้ำหนักก็จะคงที่ ไม่อ้วนและไม่ผอม จนเกินไป ส่งผลให้คนเรามีอายุยืนยาวแข็งแรงได้จนถึง 85 ปีเลยทีเดียว

รู้ไว้ห่างไกล “โรคอ้วน”

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า อะไรคือสาเหตุของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แล้วทำไม? การลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหาร เพียงอย่างเดียว จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและอาจได้ผลเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ต้นตอที่ทำให้คุณรู้สึกหิวบ่อย ๆ นั่นเป็นเพราะตลอดทั้งวัน คุณรับประทานข้าว (คาร์โบไฮเดรต) หรือ อาหารจำพวกแป้ง มากจนเกินไป ไม่เพียงแต่จะทำให้ไขมันสะสมที่หน้าท้อง ยังรวมไปถึงไขมันในเส้นเลือดอีกด้วย

รับประทานผลไม้มากจนเกินไป ก็ทำให้อ้วนได้ จริงหรือ?

หลายคนเลือกที่จะลดน้ำหนักและป้องกันสภาวะอ้วน ด้วยการควบคุมอาหาร ลดประมาณคาร์โบไฮเดรต หรือใช้วิธี โลว์คาร์บ (Low-carb หรือ Low-carbohydrate ) เทคนิคการลดน้ำหนักโดยการพร่องแป้ง แล้วเปลี่ยนมาบริโภคอาหารจำพวก โปรตีน จากเนื้อสัตว์เช่น ปลาและไข่ ธัญพืช ผักใบเขียนวและผลไม้เข้าไปในระหว่างมื้ออาหาร อย่างไรก็ตามควรระวังการบริโภคผลไม้บางชนิดที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ แต่เต็มไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก เช่น เงาะ ทุเรียน กล้วยน้ำว้า มะม่วง ลำไย สัปปะรด จากข้อพบว่าการรับประทานกล้วยน้ำว้าในปริมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึง 147 แคลอรี่ ซึ่งต้องอาศัยออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานดังกล่าวซึ่งมีหลายวิธีได้แก่ การเดินเป็นเวลา 53 นาที การวิ่ง 23 นาที การว่ายน้ำ 17 นาที หรือการปั่นจักรยาน 31 นาที

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะมองข้ามปัญหาและโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมาอีกมากมาย เมื่อเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานก็อาจจะหากิจกรรมผ่อนคลายด้วยวิธีต่าง ๆ กันไป และอาจทำให้การควบคุมน้ำหนักห่างไกลจากเป้าหมายเริ่มต้นออกไปทุกที ดังนั้นหากเราหันมาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้เผาผลาญพลังงานมากขึ้น ควบคู่กับการวางแผนการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อดึกนอกบ้าน หันมาทำกับข้าวรับประทานกันในช่วงวันหยุดพักผ่อนนอกจากจะช่วยเสริมสร้างแรงบันดาลใจ ให้ควบคุมน้ำหนักได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้แล้วยังสร้างความอบุอ่นและกระชับอ้อมกอดให้กับคนในครอบครัวมากยิ่งขึ้นด้วย