บทสรุปฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019-2020

ก็สามารถกลับมาทำการแข่งขันได้จนจบฤดูกาลอย่างสมบูรณ์แล้ว สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019-2020 หลังจากที่ต้องมีอันพักการแข่งขันไปเพราะผลจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ลดดีกรีความมันลงไปมากพอสมควร โดยเฉพาะบรรยากาศการฉลองแชมป์โดยไร้ผู้ชม ซึ่งถ้าหากว่าแฟนบอลสามารถเข้าไปร่วมฉลองในสนามได้ละก็ รับรองได้เลยว่าจะสนุกกว่านี้อย่างแน่นอน

วันนี้เราจะนำผลการแข่งขันที่สิ้นสุดลงไปแล้วของพรีเมียร์ลีก 2019-2020 ลีกฟุตบอลอาชีพที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบ้านเราและทั่วโลก มาสรุปภาพรวมกันอีกครั้งว่า มีอะไรและทีมไหนสมหวังหรือผิดหวังอย่างไร กับผลการแข่งขันที่จบไป

1.ตำแหน่งแชมป์

สำหรับตำแหน่งนี้ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่และสมการรอคอยอย่างมาก กับทีมแชมป์อย่างหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่กลับมาครองตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องรอคอยถ้วยใบนี้มายาวนานถึง 30 ฤดูกาล และปีนี้เจอร์เกน คล็อปป์และลูกทีมก็ไม่ทำให้แฟน ๆ และนักเดิมพันต้องรออีกต่อไป เมื่อพวกเขาโชว์ฟอร์มสุดยอดสมราคาแชมป์ด้วยการกวาดไปถึง 99 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสองถึง 18 คะแนนเลยทีเดียว ใครที่เดิมพันตำแหน่งแชมป์ไว้ ก็รับทรัพย์กับบ้านไปนอนยิ้มสบายเลย

2.คว้าสิทธิ์ไปแชมเปียนส์ลีก

หลังจากการเบียดลุ้นกันมาอย่างสนุกจนนัดสุดท้ายของเชลซี, แมนยู และเลสเตอร์ สุดท้ายเป็นฝ่ายจิ้งจอกสยามที่พลาดท่าปราชัยให้กับทัพผีแดง ทำให้ทีมที่ได้สิทธิ์ไปเล่นแชมเปียนส์ลีกปีหน้าทั้งหมด 4 ทีมคือ ลิเวอร์พูล(แชมป์), แมนเชสเตอร์ ซิตี้(รองแชมป์), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด(อันดับสาม) และเชลซี(อันดับสี่)

3.คว้าสิทธิ์ไปเล่นยูโรป้าลีก

ฤดูกาลนี้ทีมจากอังกฤษคว้าสิทธิ์รายการนี้ไปเต็ม ๆ ถึง 4 ทีม คือ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ที่ร่วงลงมาจากการเบียดแย่งตั๋วถ้วยใหญ่ลงมาเป็นอันดับที่ 5  กับสเปอร์ส ของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ ที่เข้าป้ายมาเป็นอันดับที่ 6 รวมกับปืนใหญ่ อาร์เซน่อล คว้าสิทธิ์ได้จากการเป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ และแอสตัน วิลล่า ที่ได้สิทธิ์จากการเป็นรองแชมป์คาราบาว คัพ (แชมป์คือแมน ซิตี้ ซึ่งได้ไปถ้วยใหญ่แล้ว) นั่นเอง

4.ตกชั้นสู่แชมเปียนส์ชิพ

สำหรับสามทีมที่ผิดหวังต้องร่วงสู่เดอะ แชมเปียนส์ชิพก็คือ บอร์นมัธ, วัตต์ฟอร์ด, และนอริช ซิตี้ ในอันดับ 18-19-20 ตามลำดับ ส่วนแอสตัน วิลล่ารอดหวุดหวิดด้วยคะแนนเหนือโซนตกชั้นเพียงแค่คะแนนเดียวเท่านั้นเอง

5.ทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในปีหน้า

ถือเป็นอีกเรื่องที่ฮือฮาไม่น้อยสำหรับการกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งในรอบ 16 ปีของ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่พวกเขาสามารถจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์ ตามมาด้วย รองแชมป์อย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และทีมสุดท้ายที่ได้สิทธิ์จากการเพลย์ ออฟ คือฟูแล่ม เรียกว่าเป็นการกลับสู่ลีกสูงสุดของบรรดาทีมที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี

และนี่คือผลลัพธ์จากผลงานของแต่ละทีมในฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าสองทีมที่ชื่นมื่นที่สุดชนิดที่เรียกว่าแฟนบอลยิ้มกันแก้มปริคงจะหนีไม่พ้นการเป็นแชมป์ของลิเวอร์พูล และการเลื่อนชั้นกับสู่ลีกสูงสุดของลีดส์ และถ้าหากดูจากบทสรุปของฤดูกาลที่ผ่านมาแล้ว เชื่อว่าในฤดูกาลหน้าความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีก อังกฤษจะต้องมากขึ้นอย่างแน่นอน และคิดว่าแฟนบอลหลายคนคงจะอยากให้ฤดูกาลต่อไปเริ่มขึ้นเร็ว ๆ เช่นกันอย่างแน่นอน

เส้นทางต่อจากนี้ของชายที่ชื่อว่า “คริสเตียนโน่ โรนัลโด้”

หากเราถามแฟนบอลที่สนใจในโลกลูกหนังอยู่ในขณะนี้ ว่านักเตะคนไหนคือคนที่เก่งที่สุดในโลกแล้วละก็ มันจะมีเสียงแตกออกมาเป็นเพียงแค่สองเสียงเท่านั้นคือ ลีโอเนล เมสซี่ หรือคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ แต่นั่นเป็นเพียงการประเมินความสามารถในสนามของคนที่มองดูพวกเขาเล่นเท่านั้น แต่ถ้าหากจะมองกันที่ความสำเร็จบนเส้นทางลูกหนังแล้วละก็ ลีโอเนล เมสซี่คงยากที่จะเทียบกับทางโรนัลโด้ได้ หลังจากที่โรนัลโด้และเมสซี่สร้างสถิติแข่งกันมาอย่างมากมาย แต่สิ่งที่เมสซี่ไม่สามารถทำได้อย่างโรนัลโด้ก็คือ การเป็นแชมป์ลีกใหญ่ของโลกได้ถึงสามลีกนั่นเอง

และหลังจากที่ศึกกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี ปิดฉากลงด้วยการเป็นแชมป์ของยูเวนตุส ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองแล้วของโรนัลโด้ซึ่งมันก็มากเพียงพอแล้วที่จะการันตีความสำเร็จของเขาบนแผ่นดินอิตาลี แล้วมันก็มีข่าวแว่วออกมาว่า โรนัลโด้อาจจะมีการย้ายทีมอีกครั้งโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ปารีส กับทีมมหาอำนาจแห่งลีกเมืองน้ำหอมอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

 แล้วถ้าถามถึงความเป็นไปได้ว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะเป็นไปได้หรือไม่มันคงจะตอบยาก เพราะตัวของโรนัลโด้เองก็ดูมีความสุขดีที่ตูริน ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับเขามากนัก แต่ถ้าหากมองย้อนกลับไปถึงเรื่องปล่อยไก่ของทางฟีฟ่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ออกมาบอกว่าโรนัลโด้คือนักเตะคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์ทั้งสามลีกใหญ่ของยุโรปได้ ก่อนที่จะโดนดานิโล่ แบ็คขวาเพื่อนร่วมทีมออกมาหักหน้าว่าเขาก็เคยทำได้เช่นกัน แถมมีแชมป์ลีกโปรตุเกสอีกสองสมัยเป็นรายการที่สี่อีกด้วย ซึ่งด้วยสาเหตุนี้มันก็อาจเป็นไปได้ว่าโรนัลโด้อาจจะมีความต้องการที่จะย้ายทีมอีกซักครั้งหรือสองครั้งในชีวิตการค้าแข้ง เพื่อสร้างสถิติใหม่ที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว และที่เปแอสเชก็น่าจะตอบโจทย์นี้ของเขาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย มันจึงทำให้ข่าวนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นจริงขึ้นมาได้มากเลยทีเดียว

และยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่คิดว่าโรนัลโด้อยากจะทำให้ได้ก่อนจะปิดฉากเส้นทางลูกหนังของเขาก็คือ การก้าวขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาลของโลกลูกหนัง ซึ่งในปัจจุบันจากสถิติกาลยิงประตู (ที่ฟีฟ่ารับรอง) แล้ว เปเล่อดีตดาวยิงทีมชาติบราซิลยังคงครองสถิตินี้อยู่ และจากผลงานของโรนัลโด้ในฤดูกาลล่าสุดเขากดไปถึง 37 ประตู ทำให้โรนัลโด้จี้ติดสถิติของเปเล่เข้าไปจนเหลือไม่กี่ลูกแล้ว และถึงแม้ว่าอายุจะปาเข้าไป 35 ปีแล้วเขายังระเบิดฟอร์มขนาดนั้นได้ในอิตาลี เขาอาจจะยิงแซงเปเล่ได้ในปีเดียวเลยก็ได้ที่ลีก เอิง

จากเรื่องสถิติที่ยกมาให้ดูนี้จะเห็นว่าข่าวลือการย้ายทีมของโรนัลโด้นั้น มันพอจะมีเหตุผลที่จะเป็นมากกว่าข่าวลือ เพราะเท่าที่เราดูเขามาตลอดจะเห็นได้ชัดเลยว่า ความต้องการเป็นผู้ชนะทั้งในสนามและด้านสถิติของเขานั้นมันมีมากเพียงใดและเขาคงจะไม่ยอมให้ใครถือสถิติที่เหนือกว่าอย่างแน่นอน และสำหรับแฟนฟุตบอลอย่างเราคงจะต้องรอดูต่อไป และถึงแม้ว่าเราจะเกิดไม่ทันยุครุ่งเรืองของตำนานอย่างเปเล่ แต่เราจะได้อยู่ในเหตุการณ์การสร้างตำนานบทใหม่ขึ้นมาแทนของชายที่ชื่อว่า “คริสเตียนโน่ โรนัลโด้” อย่างแน่นอน

หมู ปากน้ำกับความพ่ายแพ้ที่ทำให้เขาชนะใจคนไทยทั้งประเทศ

ต้องถือเป็นการปิดฉากเส้นทางของนักสนุกเกอร์ไทยเราอย่างเป็นทางการ สำหรับความพ่ายแพ้ของ นพพล แสงคำ หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในชื่อ “หมู ปากน้ำ” ที่พ่ายแพ้ให้แก่นักสนุกเกอร์มือวางอันดับ 7 ของโลกจากประเทศอังกฤษอย่าง มาร์ค เซลบี้ ร่างตกรอบ 16 คนสุดท้าย ต้องออกจากการแข่งสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก ที่จัดที่ครูซิเบิ้ลไปอย่างน่าเสียดาย

โดยถึงแม้ว่าจะพ่ายแพ้ตกรอบไป แต่สำหรับแฟนสนุกเกอร์ไทยนั้นต้องบอกว่าหมู ปากน้ำนั้นได้ใจแฟน ๆ ไปเต็ม ๆ เลยจากการแข่งขันครั้งนี้ เริ่มจากในรอบแรกที่เจ้าตัวซึ่งอยู่ในอันดับที่ 42 ของโลก สามารถโชว์ฟอร์มสุดยอดพลิกชนะ ชอน เมอร์ฟี่ มือวางอันดับ 10 ของโลกจากอังกฤษไปได้อย่างขาดลอยที่ 10-4 เฟรม ก่อนที่จะโคจรมาพบกับกระดูกชิ้นโตอย่างมาร์ค เซลบี้ ที่มีอันดับโลกอยู่ที่ 7 ในขณะนั้น ซึ่งนอกจากจะมีอันดับโลกที่สูงกว่าแล้ว แฟนกีฬาทุกคนคงจะรู้จักเป็นอย่างดีว่า เซลบี้นั้นอยู่ในระดับไหน เขาเคยผ่านช่วงเวลาที่ได้ครองตำแหน่งเบอร์หนึ่งของโลกมาแล้ว แถมยังการันตีฝีมือด้วยตำแหน่งแชมป์โลกสามสมัยอีกด้วย

ถึงแม้ว่าประเมินด้วยสายตาแล้วหมูจะเป็นรองสุดกู่ ชนิดที่แทบจะบอกได้เลยว่าสู้กันไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แต่จากการแข่งขันที่ออกมานั้นมันกลับไม่เป็นอย่างที่ใครหลายคนประเมิน เพราะตลอดการแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่กำหนดการแข่งขันไว้แบบ เบสท์ 13 หรือใครได้ 13 เฟรมก่อนชนะ หมูกลับสามารถสู้ได้อย่างสนุกสูสีจนต้องเล่นกันจนครบ 25 เฟรมเต็ม ก่อนที่จะเป็นเซลบี้ที่ถือโอกาสจากความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหมูเก็บชัยชนะผ่านเข้ารอบไปได้ในที่สุด ทำให้หมูอดที่จะสร้างประวัติศาสตร์สนุกเกอร์ไทย ในการผ่านเข้าไปถึงรอบแปดคนสุดท้ายได้ เหมือนที่ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” เคยทำได้มาแล้วในอดีต ซึ่งถึงแม้ว่าหมู ปากน้ำ จะพ่ายแพ้รวมไปถึงอดสร้างประวัติศาสตร์ที่ว่า แต่จากฟอร์มการสู้กับเซลบี้ในครั้งนี้ มันก็ทำให้เขาได้ใจแฟนสนุกเกอร์ชาวไทยไปแบบเต็ม ๆ เลยทีเดียว และยังถือเป็นนักสนุกเกอร์ไทยที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย โดยรายการนี้มีนักสอยคิวบ้านเราร่วมการแข่งขันสองคนด้วยกัน คือหมู ปากน้ำ กับ เอฟ นครนายก ซึ่งในรายของเอฟนั้นจับไปเจอกระดูกชิ้นโตพิเศษแถมขัดมัน อย่างรอนนี่ โอซัลลิแวนตั้งแต่รอบแรก ทำให้ร่วงตกรอบไปเร็วอย่างน่าเสียดาย

ถึงแม้ว่าหมู ปากน้ำ จะพ่ายแพ้ให้กับมาร์ค เซลบี้ไป แต่ในรายการแข่งขันครั้งนี้เจ้าตัวก็สามารถสะสมเงินรางวัลได้ถึงราวหนึ่งล้านสองแสนบาท และยังทำให้อันดับโลกของเขาขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 36 อีกด้วย และที่สำคัญที่สุดคือฟอร์มของหมู ปากน้ำในการแข่งขันครั้งนี้ ได้ใจแฟนสนุกเกอร์ชาวไทยไปแบบเต็ม ๆ รวมถึงเหล่านักเดิมพันทั้งหลายด้วย และหลังจากสภาวะการแพร่ระบาดเริ่มที่จะลดลงในหลาย ๆ ประเทศ แฟนสนุกเกอร์คงจะได้มีโอกาสเห็นฟอร์มของทั้งหมู ปากน้ำ, เอฟ นครนายกและนักสนุกเกอร์คนอื่น ๆ ลงแข่งและสร้างความสุขให้กับแฟนชาวไทยกันมากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน

เตรียมนับถอยหลังห้าเซียนทีมชาติไทย เมื่อกัปตันกิ๊ฟตัดสินใจอำลาทีมชาติ

ในโลกนี้คงจะไม่มีอะไรหนีกฎแห่งการเวลาพ้น ในวงการกีฬาก็เช่นกันมันจะต้องมีจุดเริ่มต้นชีวิตนักกีฬา ก้าวไปสู่จุดสูงสุดของเส้นทางอาชีพ และก็จะต้องมีวันที่จะต้องหยุดเล่นไปในที่สุด แม้แต่ผู้เล่นวอลเลย์บอลที่แฟนชาวไทยยกให้เป็นหนึ่งในห้าเซียนก็เช่นกัน เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องเลือกที่จะยุติเส้นทางนักตบลูกยางของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าคงจะทำให้แฟนวอลเลย์บอลไทยใจหายอยู่ไม่น้อย กับการที่จะไม่เห็นเธอบนสนามอีกต่อไป

สำหรับนักวอลเลย์บอลที่กำลังกล่าวถึงก็คือ “กัปตันกิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ กัปตันจอมแกร่งผู้เป็นหนึ่งในคนที่ปลุกกระแสความนิยมให้กับวงการวอลเลย์บอลไทยนั่นเอง เมื่อเธอออกมาบอกแล้วว่ากำลังวางแผนจะอำลาทีมชาติไทยที่เธอเล่นมาอย่างยาวนานในเร็ว ๆ นี้ เพื่อที่จะให้เวลากับครอบครัวและสร้างครอบครัวของที่สมบูรณ์ของเธอเสียที รวมทั้งยังอยากจะเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ดาวรุ่งสายเลือดใหม่ขึ้นมาเล่นมากขึ้นอีกด้วย ทำให้เธอวางแผนจะเลิกเล่นหลังจากจบการแข่งขันคัดเลือกโอลิมปิกที่ผ่านมา และอยากจะใช้รายการเนชั่นลีกที่ไทยเราจะเป็นเจ้าภาพที่จังหวัดภูเก็ตเป็นรายการสุดท้ายเพื่ออำลาแฟนวอลเลย์บอลไทยของเธอ แต่ก็ต้องมีอันเลื่อนออกไปเพราะการระบาดของโควิด-19เสียก่อน

วิลาวัณย์ อภิญาพงศ์นั้นก้าวขึ้นมาสู่ทีมชาติไทยตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งหากจะนับย้อนกลับไปก็เป็นเวลาถึง 23 ปีแล้วที่เธอลงเล่นรับใช้ทีมชาติไทย และเธอได้ผ่านความสำเร็จมาอย่างมากมายกับทีมชาติไทย รวมถึงการพาทีมชาติไทยก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับแถวหน้าของโลกอย่างเช่นในปัจจุบัน ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่แฟนวอลเลย์บอลบ้านเราคุ้นเคยกันดีในชื่อกลุ่ม 5 เซียนคือตัวเธอ นุศรา ต้อมคำ, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, อรอุมา สิทธิรักษ์และมลิกา กันทอง และพวกเธอนี่แหละที่เป็นผู้สร้างกระแสให้คนไทยหันมาสนใจกีฬาวอลเลย์บอลอย่างแท้จริง

ถึงแม้ว่ากัปตันกิ๊ฟนั้นจะมีอายุ 36 ปีแล้ว และไม่ได้คล่องแคล่วและหนักหน่วงเหมือนสมัยก่อน แต่การมีเธออยู่ในสนามก็สร้างความอุ่นใจให้กับแฟนชาวไทยเสมอ และสิ่งที่ลดลงไปตามวัยของเธอนั้นมันกลับถูกแทนที่ด้วยความเก๋าเกมและลูกพลิกแพลงต่าง ๆ หรือการเล่นแบบใช้สมองนั่นเอง ทำให้เธอยังคงเป็นผู้เล่นที่สร้างประโยชน์ให้กับทีมได้อยู่เสมอ ดังนั้นการหายไปจากทีมของเธอคงจะสร้างช่องว่างที่ใหญ่มากสำหรับทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุผลหลายอย่างทั้งในเรื่องของสุขภาพและการให้เวลากับตัวเองและครอบครัว มันก็คงจะถึงเวลาที่สมควรจริง ๆ ที่กัปตันกิ๊ฟจะต้องบอกลาทีมชาติที่เธอรักเสียที เพียงแต่ยังเชื่อว่าแฟนวอลเลย์บอลไทยคงจะคิดเหมือนกันว่า ประสบการณ์และฝีมือการเล่นระดับสูงของเธอนั้น มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากให้กับพัฒนาการของนักวอลเลย์บอลรุ่นหลังที่จะขึ้นมาแทน การเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้เล่นมาเป็นโค้ชก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย แต่ไม่ว่าเธอจะเลือกแบบไหน ในฐานะแฟนวอลเลย์บอลไทยที่คอยตามเชียร์มานาน ก็อยากจะบอกว่าขอบคุณมากสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุขที่เธอและทีมสร้างให้กับพวกเรามาอย่างยาวนาน

3 กีฬาที่ได้รับความนิยมในการวางเดิมพัน

การแข่งขันกีฬาแต่ละชนิดก็จะมีกฎ กติกาที่แตกต่างกัน กีฬาที่ได้รับความนิยมมีจำนวนมาก เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน วิ่ง วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ และกอล์ฟ เป็นต้น ในการแข่นขันกีฬามีตั้งแต่แข่งขันระดับสถานศึกษา ที่ทำงาน เขต จังหวัด ประเทศ และนานาชาติ ทุกการแข่งขันนั้นผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ต้องแข่งขันกันในกีฬาแต่ละประเภทมีสิทธิ์ที่จะได้รับชัยชนะเท่า ๆ กัน นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้การแข่งขันกีฬามีความสนุกสนาน แม้กระทั่งในเกมการแข่งขันที่มีทีมหนึ่งเล่นได้ดีกว่า หรือเก่งกว่าอีกทีม แต่สำหรับการแข่งขันแล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้เสมอ จะเห็นได้ว่าแม้ทีมที่เป็นต่อ เล่นได้ดีกว่า หรือเก่งกว่าก็สามารถพ่ายแพ้ให้ทีมรองได้ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบดูกีฬาเกิดความรู้สึกสนุกสนาน และตื่นเต้นไปกับเกมกีฬาในทุกการแข่งขันได้เสมอ ๆ ความตื่นเต้นของการแข่งขันจะเพิ่มมากขึ้นถ้ามีการวางเดิมพัน เนื่องจากความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทำให้การวางเดิมพันในการแข่งขันกีฬาจะทำให้การดูกีฬาสนุก และตื่นเต้นเพิ่มขึ้น กีฬาที่ได้รับความนิยม และมีการวางเดิมพันมากที่สุด มีดังต่อไปนี้

  1. ฟุตบอล ถือเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย มีการจัดการแข่งขันตลอดทั้งปี และจัดขึ้นทั่วโลก การแข่งขันฟุตบอลที่คนนิยมก็มีหลายรายการ เช่น ฟุตบอลโลก ฟุตบอล Premier League และ ฟุตบอล UEFA Champion League เป็นต้น ในประเทศไทยก็มีการแข่งขันรายการที่สำคัญก็คือ ไทยพรีเมียร์ลีก ทำให้การวางเดิมพันกีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมตามจำนวนคนดูไปด้วย มีเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันสำหรับการวางเดิมพันฟุตบอลจำนวนมากให้เลือก ผู้วางเดิมพันสามารถเลือกเล่นได้ทุกรายการแข่งขันที่มีการจัดอยู่ตลอดทั้งปี
  2. บาสเกตบอล เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่มีคนชอบวางเดิมพัน แม้ว่าจะน้อยกว่าฟุตบอล อาจจะเป็นเพราะคนนิยมกีฬาประเภทนี้น้อยกว่าฟุตบอล และมีการแข่งขันรายการดัง ๆ น้อยกว่าฟุตบอล รายการที่ดังที่สุดก็คือ NBA เป็นรายการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และมีการวางเดิมพันจำนวนมากสำหรับการแข่งขันนี้
  3. การแข่งขันความเร็วของรถยนต์ รายการ Formula One ก็เป็นการแข่งขันกีฬาอีกประเภทที่นิยมวางเดิมพันอย่างมาก แต่คนที่นิยมจะอยู่ในหมู่ผู้ชื่นชอบความท้าทาย และความเร็วของรถยนต์ คนกลุ่มนี้มีกำลังในการวางเดิมพันสูงมาก เพราะการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ผู้ที่จะแข่งขันได้ต้องมีเงินทุนสูงมาก ทั้งรถยนต์ และอุปกรณ์รถยนต์ทั้งหลาย ส่งผลให้คนที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้ก็ต้องมีเงินสูงเช่นเดียวกัน แม้จะเป็นกีฬาเฉพาะกลุ่ม แต่ยอดเงินในการวางเดิมพันถือว่าสะพัดพอ ๆ กับฟุตบอล และบาสเกตบอลอย่างแน่นอน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการวางเดิมพันกีฬานั้น ก่อนที่จะเลือกวางเดิมพันกับเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใดควรศึกษา กฎ กติกาก่อนวางเดิมพัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด

การวางเดิมพันเทนนิสเพิ่มสีสัน และความตื่นเต้นในการชมการแข่งขัน

กีฬาเทนนิสเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอีกชนิดหนึ่ง แม้จะน้อยกว่าฟุตบอล และบาสเกตบอล ด้วยเกมการแข่งขันที่สนุกสนาน ความน่าตื่นเต้น และได้ลุ้นตลอดทั้งเกม เพราะการเล่นเทนนิสเป็นการแข่งขันที่ผู้เล่นสองฝั่งมีโอกาสที่จะแพ้ – ชนะเท่า ๆ กัน แม้ว่าฝ่ายที่เป็นต่อก็มีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายที่เป็นรองได้ ประกอบกับเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความพร้อม ความรวดเร็วของผู้แข่งขันเป็นหลัก เป็นกีฬาที่รู้แพ้ – ชนะค่อนข้างรวดเร็วกว่ากีฬาประเภทอื่น ๆ ไม่มีการระบุในเรื่องของเวลาสำหรับการแข่งขัน การแพ้ – ชนะ ใช้จำนวนของเกมเป็นการตัดสิน นั่นคือ แข่งขัน 6 เกม ผู้ชนะต้องได้มากกว่าอีกฝ่ายอย่างน้อย 2 เกม แต่ละเกมมีคะแนนเพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น จึงถือเป็นกีฬาที่แข่งขันกันค่อนข้างรวดเร็วมาก ขึ้นอยู่กับผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเป็นหลักสำคัญ การวางเดิมพันเทนนิสก็มีหลากหลายรูปแบบ ดังต่อไปนี้

  1. Tennis Live เป็นการวางเดิมพันเทนนิสที่กำลังมีการแข่งขันอยู่ ผู้ต้องการวางเดิมพันต้องเลือกว่าผู้เล่นคนไหนจะเป็นผู้ชนะ แล้วเลือกวางเดิมพันฝ่ายชนะ พอจบเกมการแข่งขันผู้วางเดิมพันก็จะรู้เลยว่าตนเองชนะการเดิมพันหรือไม่
  2.  Tennis Today รูปแบบนี้คือการวางเดิมพันเทนนิสที่จะมีการแข่งขันภายในวันนี้ ผู้วางเดิมพันจะต้องดูตารางการแข่งขันก่อนว่าวันนี้มีการแข่งขันกี่คู่ จากนั้นเลือกวางเดิมพันคู่ที่ตนเองชื่นชอบ
  3. Tennis Early Market เป็นการวางเดิมพันเทนนิสล่วงหน้า ผู้วางเดิมพันเมื่อสนใจคู่การแข่งขันไหนก็เลือกวางเดิมพันแบบล่วงหน้าได้เลย แม้จะไม่มีการแข่งขันภายในวันนี้  
  4. Tennis Mix Palay เป็นการวางเดิมพันรูปแบบพิเศษที่ไม่มีกับการวางเดิมพันกีฬาชนิดอื่น ๆ เนื่องจากกีฬาเทนนิสเป็นกีฬาที่คนสนใจน้อยกว่าฟุตบอล และบาสเกตบอล ผู้วางเดิมพันอาจจะรู้สึกว่ามีคู่ที่อยากวางเดิมพันให้เลือกน้อย การวางเดิมพันรูปแบบนี้ผู้วางเดิมพันสามารถวางเดิมพันเทนนิส ผสมกับกีฬาชนิดอื่นที่ชื่นชอบได้ โดยต้องเลือกวางเดิมพันอย่างน้อย 3 คู่ รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาหลากหลายประเภท
  5. Tennis Outright เป็นรูปแบบที่เหมาะกับผู้วางเดิมพันที่ไม่ได้ชื่นชอบการแข่งขันเทนนิสคู่ใดเป็นพิเศษ แต่แค่ชอบกีฬาเทนนิสเท่านั้น การวางเดิมพันก็เพียงทายแค่ว่าในการแข่งขันนี้ใครจะได้เป็น Champ ไม่จำเป็นต้องติดตามทุกคู่การแข่งขัน เอาแค่ผลท้ายสุดว่าใครเป็นฝ่ายชนะถ้าทายถูกก็ได้เงินจากการวางเดิมพันไปอย่างแน่นอน

การวางเดิมพันกีฬาเทนนิสแตกต่างจากการวางเดิมพันกีฬาประเภทอื่น ผู้วางเดิมพันต้องเลือกว่าในแต่ละคู่การแข่งขัน ใครจะเป็นฝ่ายแพ้ – ชนะเท่านั้น ไม่สามารถเลือกวางเดิมพันว่าเสมอได้ เนื่องจากกีฬาเทนนิสไม่มีคำว่าเสมอในทุกคู่การแข่งขันนั่นเอง นี่ถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนหลงรักกีฬาเทนนิสได้ไม่ยาก