ดื่มให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือดเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่ดีที่สุดก็คือคงต้องพูดถึงน้ำเปล่า น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มที่ร่างกายต้องการมากที่สุด สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วแม้จะรู้อยู่แล้วว่าน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มที่จำเป็นที่สุด แต่ในบางครั้งก็มีความต้องการเครื่องดื่มอื่นเพื่อเพิ่มความสดชื่นหลังจากการทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก การเดินทางบนเส้นทางที่การจราจรติดขัด หรือ การต้องใช้สมองเพื่อคิดในการทำงาน การเรียนหนังสือ เป็นต้น เครื่องดื่มที่มีประโยชน์ที่คนส่วนใหญ่สนใจก็คือเครื่องดื่มสมุนไพร ผัก ผลไม้ต่าง ๆ การดื่มเครื่องดื่มถ้าจะให้เกิดประโยชน์กับร่างกายมากที่สุดก็คือให้ความสำคัญกับการดื่มเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด กรุ๊ปเลือดแต่ละกรุ๊ปต่างก็มีความต้องการในสารอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเลือกดื่มเครื่องดื่มให้ถูกต้องนอกจากจะสดชื่นแล้วรับรองว่าจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดด้วย

  1. กรุ๊ป A สำหรับในเรื่องของผัก ผลไม้ถือว่าโชคดีมาก เพราะทานได้เกือบทุกชนิด คนกรุ๊ปนี้เรียกได้ว่าเหมาะกับการเป็นนักมังสวิรัติอย่างมาก ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ทุกชนิด จึงเหมาะกับน้ำสมุนไพร ผัก ผลไม้ทุกชนิด แต่ถ้าจะให้เหมาะที่สุด ก็คือ แตงโม ถั่วแดง ลูกพรุน กล้วย สับปะรด มะนาว และถั่วเหลือง แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ มะเขือเทศ ส้ม และมะละกอ การดื่มก็เลือกผลไม้ชนิดเดียว หรือหลากหลายชนิดก็ได้แล้วแต่ความชอบส่วนตัว
  2. กรุ๊ป B มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันร่างกาย จึงควรเลือกผักใบเขียวเป็นหลัก และควรหลีกเลี่ยงผัก ผลไม้ที่มีสีแดง ผัก ผลไม้ที่เหมาะสมอย่างมากที่จะนำมาทำเครื่องดื่ม ได้แก่ กะหล่ำปลี สะระแหน่ ถั่วเหลือง กล้วยชนิดต่าง ๆ องุ่นเขียว สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ มะเขือเทศ กรุ๊ปนี้ผัก ผลไม้ที่ควรรับประทานสำหรับคนที่ไม่ชื่นชอบผักใบเขียวแล้วอาจจะดื่มได้ยาก ดังนั้นเลือกปรุงรสชาติเพิ่มได้แต่ไม่ควรมากจนเกินไป
  3. กรุ๊ป AB สำหรับกรุ๊ปเลือดนี้ข้อจำกัดในการรับประทานค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับกรุ๊ปอื่น เพราะมีกรดในกระเพาะอาหารค่อนข้างน้อยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ง่าย สิ่งที่ย่อยยากจึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเช่น ส้ม สิ่งที่ควรทำมาทำเครื่องดื่มคือผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และผัก ผลไม้ที่ช่วยในการต้านมะเร็งต่าง ๆ เช่น Celery เสาวรส Kiwi ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ บรอกโคลี องุ่น มะละกอ และแอปเปิ้ล
  4. กรุ๊ป O กรุ๊ปเลือดนี้มีกรดในกระเพาะอาหารสูงมีความสามารถในการย่อยได้ดี เครื่องดื่มที่เหมาะต้องเป็นเครื่องดื่มที่มีโปรตีนสูง อย่างเช่น พืชกระกูลถั่วต่าง ๆ สาหร่าย ฟักทอง มะเขือเทศ งา สับปะรด ผักโขม บรอกโคลี และลูกพรุน เครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ แอปเปิ้ล ส้ม และกะหล่ำปลี

จะเห็นได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มมีความจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนอย่างมาก การดื่มเครื่องดื่มนอกจากจะเพิ่มความสดชื่นแล้ว ในคนส่วนใหญ่ยังดื่มเพื่อเพิ่มสารอาหารต่าง ๆ ให้แก่ร่างกาย เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น การดื่มตามกรุ๊ปเลือดถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพ

ห่างไกลโรคเบาหวานด้วย อบเชย สุดยอดสมุนไพร ที่ธรรมชาติมอบให้เรา

ธรรมชาติย่อมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เราเสมอ จะเห็นจากสมุนไพรไทยต่าง ๆ มากมายที่สารพัดประโยชน์ อาทิเช่น ว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน รางจืด กระชาย เป็นต้น ซึ่งได้มีการค้นคว้าวิจัยนำมาทำเป็นอาหารเสริม ยารักษาโรค ในการต้านและรักษาโรค บำรุงร่างกาย รวมถึงเครื่องประทินผิวต่าง ๆ ก็นิยมนำสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติมาใช้กันทั้งนั้น นอกจากนี้ยังนำมาปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการได้อีกมากมาย และสุดยอดสมุนไพรอีกตัวที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้ก็คือ อบเชย ซึ่งเราจะนำเปลือกไม้ชั้นในของต้นอบเชยที่แห้งแล้วมาใช้ ซึ่งมีสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นหอมมาก ซึ่งนอกจากจะนิยมนำไปทำเป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหาร เช่น แกงพะโล้ ผัดผงกะหรี่ กันแล้ว สรรพคุณของอบเชยยังมีอีกมากมาย รวมถึงการช่วยให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว และข้อมูลที่ว่านี้มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

อบเชยกับสรรพคุณที่มากมาย

ในประเทศไทยนอกจากนิยมนำอบเชยมาปรุงอาหารแล้ว ยังนำมาเป็นส่วนผสมในยาแผนโบราณต่าง ๆ เช่น หอมที่ใช้ชงดื่ม ที่มีสรรพคุณในการ แก้โรคท้องร่วง แก้จุกเสียด แน่นเฟ้อ เพราะมีสารช่วยต้านแบคทีเรียในกระเพาะอาหารและลำไส้ นอกจากนี้ยังมีสารแทนนินสูง จึงนิยมนำมาทำยานัตถุ์ ที่ใช้สูดดม เพื่อให้หายใจคล่องและสดชื่นขึ้น บางรายนิยมนำอบเชยมาใส่ในอาหารเสริม หรือกาแฟ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและประโยชน์ให้มากขึ้น

โรคเบาหวานคืออะไร

ก่อนอื่นเราต้องพาคุณไปทำความรู้จักกับโรคเบาหวานกันก่อนว่ามันคือ โรคที่เกิดจากน้ำตาลสะสมในเลือดมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในการผลิตอินซูลินบกพร่อง จนสูญเสียความสามารถในการนำอินซูลินไปใช้นั่นเอง ซึ่งอาจติดกันได้ทางพันธุ์กรรม คือ คนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งอาการของคนที่เป็นโรคเบาหวานนั้น มักจะหิวน้ำและอาหารบ่อย ปัสสาวะบ่อยเป็นฟอง ปวดหัว หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ตัวบวมน้ำ ทั้งมือ เท้า และใบหน้า เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้นใครที่มีอาการเหล่านี้ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยโรคและทำการรักษาต่อไป

อบเชยช่วยให้ห่างไกลโรคเบาหวาน

อ.สุธิวัสภ์ คำภา นักธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้กล่าวไว้ว่า อบเชยสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเรสเตอรอลในเลือดได้ ช่วยฟื้นฟูคนป่วยที่เป็นโรคเบาหวานให้หายขาด เพราะอบเชยมีสาร Methylhydroxy chalcone polymer (Mhcp) ที่มีฤทธิ์เหมือนกับอินซูลิน จึงทำให้กระบวนการนำอินซูลินไปใช้ในร่างกายเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในอบเชยยังมีสารช่วยลดไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกายได้อีกด้วย เพราะคนที่มีไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกายสูง ก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ อย่างโรค เบาหวาน นั่นเอง

เห็นไหมว่า สรรพคุณของ อบเชย น่าทึ่งขนาดไหน เป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้เรา หากใครที่คิดว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน เช่น คนที่ชอบทานของหวาน หรือคนที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ก็สามารถทานอบเชยเสียตั้งแต่วันนี้ โดยการนำแท่งอบเชยมาต้มน้ำดื่ม หรือจะทานแบบแคปซูลง่าย ๆ ก็ได้ ช่วยให้ห่างไกลโรคเบาหวาน และมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง อายุยืนยาวต่อไป

แนวทางในการดำเนินชีวิตให้มีความสุขตามหลักศาสนาพุทธ

ประเทศไทยได้มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติสืบทอดมาช้านานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมาจนถึงยุคพวกเราในปัจจุบัน จะเห็นว่าขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงามก็คงยังมีให้เห็นอยู่ อย่างประเพณีถวายเทียนพรรษา ผ้า อาบน้ำฝน ในวันเข้าพรรษา ประเพณีตักบาตรเทโว ในวันออกพรรษา หรือประเพณีทอดกฐิน เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งแท้จริงแล้วประเพณีทั้งหมดนี้ต้องการปลูกฝังให้ทุกคนมีน้ำใจ เสียสละ สามัคคี และรู้จักแบ่งปัน รู้จักการเป็นผู้ให้นั่นเอง ในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน หากใครนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาไปใช้ ชีวิตก็จะประสบความสุข ความสำเร็จ และความสงบร่มเย็น ซึ่งในวันนี้เราได้มีหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของเรา ซึ่งธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งล้ำค่า ไม่เคยตกยุค ตกสมัยเลย แม้จะผ่านมา 2562 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงนำมาใช้ได้ดีอยู่สำหรับคนในยุคปัจจุบันที่ต้องการเข็มทิศนำทางไปสู่ความสงบสุขร่มเย็น มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ธรรมะสำหรับผู้ครองเรือน หรือเรียกว่า ฆราวาสธรรม 4

เป็นธรรมะสำหรับพวกเราทุกคนที่ยังคงทำมาหากินเลี้ยงชีพ มีครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย 4 ข้อดังนี้

1.สัจจะ คือ การรักษาคำพูด พูดจริงทำจริง ไม่พูดกลับไปกลับมา ไม่พูดโกหก ไม่พูดเพ้อเจ้อหาสาระไม่ได้ ไม่พูดยุยงให้คนแตกกัน ไม่พูดคำหยาบคายหรือคำส่อเสียด ถ้าทำได้แบบนี้ คุณจะกลายเป็นคนที่น่าเชื่อถืออย่างมาก ใคร ๆ ก็อยากคบหาสมาคมและร่วมงานด้วย ข้อนี้จะส่งเสริมให้ธุรกิจของคุณมีลูกค้าเพิ่มขึ้นมากมาย เพราะพวกเค้าจะมั่นใจในตัวคุณ

2.ทมะ คือ การฝึกฝนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เมื่อเรามีเป้าหมายหรือตั้งใจจะทำอะไร ก็ศึกษาหาข้อมูลในเรื่องนั้น ๆ อย่างจริงจัง แล้วลงมือทำซ้ำ ๆ เกิดข้อผิดพลาดอันใดก็คือการเรียนรู้แล้วมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น จนประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังนั้น

3.ขันติ คือ ความอดทนอดกลั้น เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคอันใด ก็อย่าพึ่งท้อแท้ เลิกทำ หรือหนีปัญหาไปกลางครัน แต่อดทนทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จแม้จะยากลำบากก็ตาม รวมถึงการข่มใจในสิ่งยั่วยุที่จะทำให้เสียทรัพย์ หรือทำให้ตนเองหรือครอบครัวเดือดร้อน เช่น การเล่นพนัน การกินเหล้าเมายา เป็นต้น

4.จาคะ คือ การแบ่งปัน การเสียสละ การให้ ทั้งให้วัตถุสิ่งของแก่ผู้ที่ลำบาก ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ การถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์ด้วยความเคารพ การให้วิชาความรู้ที่เรามี ให้แนวทางประกอบอาชีพแก่ผู้ไม่มีอาชีพ ให้ที่อยู่อาศัย ให้ธรรมะ เป็นการฝึกใจเราไม่ให้เป็นคนตระหนี่ หวงแหน เห็นแก่ตัว หรือแล้งน้ำใจ เพราะเมื่อไหร่ที่เราเป็นผู้ให้ ใจเราจะมีความสุขความเอิบอิ่ม และดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็เป็นหลักธรรมคำสอนตามแนวพระพุทธศาสนาที่มีมาช้านาน หากใครนำไปปฏิบัติแล้ว รับรองว่าชีวิตจะมีคุณค่า มีความสุข ความร่มเย็น และประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านอย่างแน่นอน

ยุค 2019 กับเส้นทางลัดในการทำธุรกิจออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จ

ในยุคแห่งโลกโซเชียล ที่เทคโนโลยีมีความก้าวล้ำทันสมัย ผู้คนสามารถติดต่อถึงกันได้ง่ายทั่วโลก จึงทำให้หลาย ๆ คนหันมามองธุรกิจออนไลน์กันมากขึ้น เพราะมันทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักและเติบโตได้ทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งข้อดีของการทำธุรกิจออนไลน์ คือคุณอาจไม่จำเป็นต้องลงทุนเปิดหน้าร้าน มีเพียงเว็บไซต์หรือเว็บเพจที่เปรียบเสมือนหน้าร้านจริง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว และความเสี่ยงก็น้อยที่จะขาดทุน เพราะถ้าร้านค้าของคุณตั้งอยู่บนทำเลที่ไม่ดี โอกาสที่จะสร้างยอดขายก็อาจไม่ได้ตามเป้าหมาย จะเห็นว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว เราจึงจำเป็นต้องทำตามสุภาษิตที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม” หากเราต้องการสร้างตัวได้เร็วหรือรวยเร็ว ก็ต้องมีเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณกระจายสู่ผู้คนได้อย่างกว้างขวางนั่นเอง และในวันนี้เราก็มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขึ้น มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

เส้นทางลัดในการทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขึ้นกับเครื่องมือเหล่านี้

1.ลงโฆษณากูเกิล หรือเรียกอีกอย่างว่า Google Adwords เป็นการซื้อพื้นที่ของกูเกิลในการทำโฆษณาทางออนไลน์ โดยทุกครั้งที่มีคนคลิ้กดูโฆษณาของเรา กูเกิลถึงจะเรียกเก็บค่าโฆษณา ที่เจ๋งกว่านั้นเราสามารถระบุได้ว่าต้องการให้คนกลุ่มไหนเห็นโฆษณาของเรา และต้องการให้โฆษณาของเราไปแสดงพื้นที่ไหน โดยเราเป็นผู้ควบคุมงบประมาณและระยะเวลาในการโฆษณาได้เอง

2.ทำวีดีโอยูทูป ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนชอบดูชอบฟังมากกว่าอ่าน การทำวีดีโอเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณ ลงยูทูปก็สามารถทำให้ผู้คนรู้จักและเข้าถึงสินค้าบริการของคุณได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายมาก เพราะเดี๋ยวนี้แค่คุณมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถถ่ายวีดีโอลงยูทูปได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

3.เขียนบทความ SEO เป็นการเขียนบทความที่สอดคล้องกับสินค้าและบริการของคุณ โดยเน้นเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน และแทรกคีย์เวิร์ดที่คิดว่าผู้คนจะ Search หาเว็บไซต์ของคุณเจอในหน้ากูเกิลก่อนแบรนด์อื่น ๆ หรือพูดง่าย ๆ ว่า การเขียนบทความ SEO เพื่อให้สินค้าและบริการของคุณติดอันดับต้น ๆ ของกูเกิลนั่นเอง

4.ลงโฆษณาเพจ เนื่องจากคนเล่นเฟสบุ๊คกันมาก การลงโฆษณาเพจจึงสามารถทำให้แบรนด์ของคุณเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวางเช่นกัน โดยสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายและงบประมาณที่ต้องการใช้ในการโฆษณา รวมถึงพื้นที่ ๆ ต้องการทำโฆษณาได้เหมือนกับการโฆษณาทางกูเกิลเลย

และทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จและเติบโตบนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากยอดขายบอกเลยว่ามันคุ้มค่า สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บเพจของใครที่ยังไปไม่ถึงไหน ยอดขายไม่เป็นที่พึงพอใจ ก็ลองเอาเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้ดู เพราะนับว่ามันเป็นเส้นทางลัดที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การมีอิสระภาพทางการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถ้าคุณมีคุณสมบัติเหล่านี้

หลาย ๆ คนปรารถนาอยากมีอิสระภาพทางการเงินกันทั้งนั้น แต่มักคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากไม่เข้าใจความหมายอันถ่องแท้ของคำว่า อิสระภาพทางการเงิน ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร จึงมองไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น ได้แต่คิดว่าคนที่มีอิสระภาพทางการเงินได้ คือคนที่มีต้นทุนชีวิตสูง คือเค้ารวยอยู่แล้ว เค้ามีเงินลงทุน มีเงินต่อยอดธุรกิจ ให้ยิ่งพอกพูนรายได้ขึ้นไป ซึ่งในวันนี้นอกจากเราจะมีข้อมูลมาบอกว่า ความหมายของอิสระภาพทางการเงินที่แท้จริงคืออะไร เรายังมาบอกอีกว่าการที่คุณจะได้พบกับอิสระภาพทางการเงินนั้นต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง อยากรู้กันแล้วใช่ไหม งั้นเราไปดูกันเลย

อิสระภาพทางการเงิน คืออะไร?

อิสระภาพทางการเงิน หรือเรียกอีกอย่างว่า Passive income คือ การที่เราสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ตามที่เราต้องการ โดยมีรายได้เข้ามามากเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิต แบบที่เราไม่ต้องลำบากทำงานหนักอีกต่อไป

การที่จะมีอิสระภาพทางการเงินได้ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

1.เป็นคนที่มีเป้าหมายชัดเจนที่อยากจะมีอิสระภาพทางการเงิน

เป้าหมายนี้สำคัญมาก ทำให้เราขับเคลื่อนดำเนินชีวิตไปตามเป้าหมายไม่ออกนอกทิศทาง เช่น เมื่อตั้งใจว่าจะมีอิสระภาพทางการเงินก็อาจขยันทำงานในช่วงแรก หรือที่เรียกว่า Active income เพื่อมีเงินขึ้นมาสักก้อนไปต่อยอดธุรกิจให้มีรายได้เพิ่ม อาจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเก็งกำไรในอนาคตหรือปล่อยเช่าก็ได้

2.บริหารระบบการเงินของตัวเองได้ดี

การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นสิ่งสำคัญในการบริหารการเงิน ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ เราจะสามารถควบคุมการเงินได้ดี ไม่เกิดความผิดพลาดหรือเสียหายของเงินด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น ใช้จ่ายเกินตัว เป็นต้น นอกจากนี้เราต้องมีการจัดสรรค์รายได้ของเราแบ่งใช้จ่ายให้เป็นสัดส่วน และมีการออมเงินด้วย

3.ลงทุนให้เงินต่อเงิน

แน่นอนหากคุณต้องการมีอิสระภาพทางการเงิน คุณต้องมองหาช่องทางสร้างรายได้ที่จะให้เงินทำงานแทนคุณ อย่างเช่น ลงทุนหุ้นที่ไม่มีความเสี่ยง ซื้อสลากออมสิน หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไร ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เหล่านี้เป็นต้น โดยที่คุณต้องศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน

4.มีวินัยอย่างเคร่งครัดในการใช้ชีวิต

ก่อนที่คุณจะมีอิสระภาพทางการเงิน คุณอาจต้องยอมเหนื่อยหรือทำงานหนักก่อนในช่วงแรก เพื่อหาเงินทุนไปลงทุนให้เงินทำงานแทนคุณ ดังนั้นวินัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งวินัยในการทำงาน วินัยในการใช้จ่าย และวินัยในการออมเงิน รวมถึงวินัยในการดำเนินชีวิต คุณสามารถใช้ชีวิตให้เสมือนว่าคุณคู่ควรที่จะได้รับอิสระภาพทางการเงินนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ อิสระภาพทางการเงินที่เรานำมาฝากกัน เห็นไหมว่ามันไม่ได้ยากเลย แค่คุณมีคุณสมบัติเหล่านี้ คุณก็จะได้รับชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นอิสระได้ โดยไม่ต้องทำงานหนักไปทั้งชีวิต ที่สำคัญเป้าหมายของคุณต้องชัดเจนและใหญ่พอ มีพลังพอว่าเมื่อคุณได้รับมันแล้ว พ่อแม่ ลูก ครอบครัว รวมถึงตัวคุณจะมีความสุขมากแค่ไหน

6 อาหารบำรุงกระดูก ป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้

เมื่ออายุมากขึ้นกระดูกก็เริ่มเสื่อม ทำให้มีปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน หรือกระดูกเปราะบางแตกหักง่าย ดังนั้นจึงควรดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ด้วยการทานอาหารที่จะช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง โดยเราก็มี 6 อาหารบำรุงกระดูกมาแนะนำกันดังนี้

1.นม

นมเป็นอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกได้ดีมาก เพราะอุดมไปด้วยแคลเซียมสูงและแร่ธาตุที่สำคัญต่อกระดูกอีกมากมาย จึงป้องกันปัญหาข้อเข่าเสื่อมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงควรดื่มนมเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว แต่ควรเลือกดื่มนมรสจืดจะดีต่อสุขภาพมากที่สุด

2.ถั่วอัลมอนด์

ถั่วอัลมอนด์มีส่วนช่วยในการเพิ่มมวลกระดูก จึงทำให้กระดูกมีความแข็งแรงไม่เปราะบางได้ง่าย ทั้งยังเหมาะที่จะนำมาทานเป็นของทานเล่นระหว่างมื้อมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังนั่งเล่นเกมส์เพลิน ๆ หรือแทงบอลออนไลน์บนเว็บไซต์ VWIN ที่สำคัญไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย

3.โยเกิร์ต

โยเกิร์ตนอกจากจะช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายแล้ว ยังมีแคลเซียมและโพแทสเซียมที่จำเป็นต่อกระดูก โดยจะช่วยบำรุงและซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ พร้อมทั้งลดการสูญเสียมวลกระดูกให้น้อยลง จึงเป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่ควรทานเพื่อให้กระดูกมีความแข็งแรงไม่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมนั่นเอง

4.กล้วย

กล้วย ผลไม้ที่หาทานได้ง่ายและมากไปด้วยประโยชน์ ก็ถูกจัดเป็นหนึ่งในอาหารบำรุงกระดูกที่จะมองข้ามไม่ได้เลย เนื่องจากในกล้วยมีแคลเซียมและแร่ธาตุ วิตามิน ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมการเจริญเติบโตของโครงสร้างกระดูก และชะลอการเสื่อมของกระดูกได้เป็นอย่างดี คนที่ทานกล้วยบ่อย ๆ จึงมักจะไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกมากนัก

5.ถั่วงอก

รู้ไหมถั่วงอกก็เป็นอาหารที่จำเป็นต่อกระดูกเช่นกัน เพราะมีแร่ธาตุแมงกานีสและฟอสฟอรัสที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันข้อเข่าเสื่อม และลดความเสี่ยงสารพัดโรคที่เกี่ยวกับกระดูก แต่การจะทานถั่วงอกนั้นก็ต้องเลือกให้ดีด้วย เพราะบางแห่งอาจมีการใช้สารฟอกขาวในถั่วงอก ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก

6.ไข่

ไข่ก็มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกเช่นกัน โดยเป็นอาหารสำคัญที่จะช่วยปกป้องคุณจากอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับกระดูกได้ ซึ่งไข่ก็สามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนูอย่างไม่มีเบื่อกันเลย แต่ขอแนะนำให้เลือกทำเมนูที่ไม่ใช้น้ำมันจะดีที่สุด จะได้ไม่เสี่ยงอ้วนนั่นเอง และที่สำคัญควรกินไข่แค่วันละ 1-2 ฟองเท่านั้น

อยากมีกระดูกแข็งแรง ไม่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมหรือกระดูกพรุนมากวนใจ ก็ต้องกินอาหารบำรุงกระดูกเหล่านี้กันเลย แล้วจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกของคุณได้ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะวัยสูงอายุด้วยแล้วอาหารเหล่านี้ก็มีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงกระดูกแล้วก็ยังบำรุงสุขภาพร่างกายในด้านอื่น ๆ อีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพแทนนั่นเอง

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการเริ่มต้นวางแผนอนาคตทางการเงินของคุณ

หลาย ๆ คนเมื่ออายุมากเข้า ก็มักจะคิดว่า ตัวเองหมดไฟ และคงยากที่จะสร้างฐานะให้ร่ำรวยเหมือนตอนเป็นหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้ ความจริงคุณก็สร้างชีวิตมาตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่เริ่มเรียนจบทำงาน มีรายได้ เพียงแต่รายได้ของคุณมันแค่พอเลี้ยงตัวเองและครอบครัวไปวัน ๆ เลยไม่มีเงินเหลือเก็บนั่นเอง ส่วนใหญ่ก็ใช้เครดิตทั้งจากการซื้อบ้าน ซื้อรถ ต้องมานั่งผ่อนแต่ละเดือนก็แทบจะไม่รอด ไหนจะค่าเทอมลูก ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อีกมากมาย ขณะเดียวกันบางคนได้เงินมาก็ไม่รู้จักเก็บออม คือมีเท่าไหร่ใช้เท่านั้น คิดว่าเดี๋ยวหาใหม่ หรือตายไปก็ไม่ได้ใช้ ซึ่งเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หลาย ๆ คนยังสร้างฐานะไม่ได้ หรือไม่มีเงินเหลือเก็บ ที่ร้ายกว่านั้น ไปกู้หนี้ยืมสินมามากมาย จนทุกวันนี้ทำเพียงแค่ใช้หนี้ไปวัน ๆ และใครที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ คุณก็อย่าพึ่งท้อแท้ มาเริ่มคิดใหม่ ทำใหม่ เพราะทุกการเริ่มต้นไม่มีคำว่าสาย ซึ่งในวันนี้เรามีเคล็ดลับในการเริ่มต้นวางแผนอนาคตทางการเงินมาฝากกัน เพื่อทุกคนที่อ่านจะได้มีชีวิตและฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

การเริ่มต้นวางแผนทางการเงิน

1.ปรับทัศนคติตัวเองใหม่

อันดับแรกก่อนที่คุณจะมีสภาวะทางการเงินที่ดีขึ้นได้ คุณจะต้องปรับความคิดและทัศนคติเกี่ยวกับเงินเสียใหม่  ว่าเราจะหาเงินมากเท่าไหร่ก็ได้ เงินหาง่ายไม่ได้หายาก อายุไม่ใช่อุปสรรคในการหาเงิน เรามีความรู้ความสามารถสติปัญญาที่จะหาเงินได้มากขึ้นได้ และเมื่อคนอื่นรวยได้ เราก็ดูตัวอย่างแนวความคิดการใช้ชีวิตของพวกเค้า แล้วมาปรับใช้กับตัวเรา เราจะหมดหนี้และร่ำรวยขึ้นมาได้เช่นกัน เหล่านี้เป็นการสร้างพลังและแรงบันดาลใจให้กับตัวเองให้ฮึดสู้ และไม่ท้อแท้

2.มองหารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่

ใช้ความรู้ความสามารถของตนให้เป็นประโยชน์ นอกเหนือจากงานหลักที่ทำอยู่ เช่นหากคุณเป็นครู คุณก็อาจเปิดสอนพิเศษในวันหยุดหรือเลิกงานได้ หรือเป็นพนักงานประจำ ก็อาจทำแซนวิชไปขายให้กับเพื่อนร่วมงานได้

3.จัดสรรค์เงินที่หามาได้ให้ถูกส่วน

คุณต้องมีการจัดสรรค์ปันส่วนสำหรับเงินที่หามาได้ว่า ส่วนนี้ใช้จ่ายในแต่ละวัน ส่วนนี้ค่ารถค่าบ้านรายเดือน ส่วนนี้ใช้หนี้สิน ส่วนนี้เก็บออมไว้ยามฉุกเฉิน เผื่อใครในครอบครัวเจ็บไข้ไม่สบาย หรือมีเหตุต้องใช้จ่ายกระทันหัน

4.รู้จักใช้จ่าย

ให้คุณคิดว่าเงินที่หามาได้นั้นมีคุณค่าเสมอ คุณจะต้องใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจริง ๆ ไม่ใช้จ่ายเกินตัวหรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ที่สำคัญหยุดกู้หนี้ยืมสินเพิ่ม และทยอยใช้หนี้เก่าให้หมด

และหากคุณทำตามข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าคุณจะมีสภาวะทางการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน เริ่มต้นกันตั้งแต่วันนี้ ไม่มีคำว่าสายเพราะอนาคตของคุณอยู่ที่ตัวคุณเอง

การมีธุรกิจเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก พร้อม 5 เทคนิคที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ

หลาย ๆ คนที่เป็นพนักงานประจำหรือเป็นลูกจ้างเค้า ก็คงเจอกับปัญหาเดิม ๆ คือ ต้องทำตามกฏระเบียบขององค์กร หรือบริษัท จนในบางครั้งขาดอิสระภาพในการใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง หนำซ้ำอาจต้องเจอกับปัญหาเพื่อนร่วมงานไม่เข้าใจกัน เจอเจ้านายที่เอาแต่อารมณ์ หรือตระหนี่ ที่ร้ายกว่านั้นคือ เงินเดือนไม่พอกับค่าใช้จ่าย ไม่พอเลี้ยงครอบครัว จนอาจต้องไปกู้บัตรเครดิตหรือหยิบยืมมาจนเป็นหนี้เป็นสิน เอาง่าย ๆ ว่าต้องประหยัดสุด ๆ ให้ค่าใช้จ่ายนั้นเพียงพอในแต่ละเดือน ทั้ง ๆ ที่บางคนมีความสามารถสูง สามารถทำงานให้บริษัทมีผลงาน หรือผลกำไรมากมาย พูดง่าย ๆ ว่าทำงานถวายชีวิตนั่นเอง ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่อยากตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ กำลังคิดจะพลิกผันตัวเองจากพนักงานทำงานประจำ มาเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ก็ยังมีความหวาดกลัวอยู่ว่า ธุรกิจนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จะเจ็งหรือขาดทุนไหม ซึ่งก่อนอื่นคุณจะต้องตัดความกลัวเหล่านี้ออกไปก่อน แล้วมาเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองด้วยเทคนิคเหล่านี้ ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

5 เทคนิคกับการเริ่มต้นทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

1.รักในธุรกิจที่ตัวเองทำ

หากคุณรักหรือชอบในธุรกิจของคุณ คุณก็จะมีแรงบันดาลใจที่อยากจะลงมือทำมันจนประสบความสำเร็จ

2.มีความรู้ความสามารถในธุรกิจที่ทำ

คุณจะต้องทำธุรกิจที่คุณมีความรู้ความชำนาญเป็นอย่างดี หรือศึกษาข้อมูลหาความรู้เพิ่มเติมจนเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่กระโดดไปทำธุรกิจที่คุณไม่ได้ถนัดเลย เช่น เห็นเค้าเปิดบริษัทรับทำบัญชีมีรายได้ดี ก็เปิดตามโดยไม่ได้จบด้านบัญชี หรือมีประสบการณ์เลย

3.วิเคราะห์ธุรกิจให้ถ่องแท้

คุณจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่จะลงมือทำให้ถ่องแท้ ชัดเจน ทั้งในเรื่องของการลงทุน เงินทุนหมุนเวียน ผลกำไร ทำเลที่ตั้ง กลุ่มลูกค้า และจำนวนหมุนเวียนของคนที่มีแนวโน้มว่าจะมาอุดหนุนคุณ

4.ลงมือทำธุรกิจอย่างมีวินัย

คุณต้องมีวินัยในการทำธุรกิจอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ เช่น เปิดร้านอาหาร เวลาเปิดปิดร้านที่แจ้งลูกค้า ก็จะทำตามนั้น ไม่ใช่วันนี้ขี้เกียจก็หยุดร้าน หรือเปิดร้านตามอารมณ์ ก็จะทำให้ลูกค้าเบื่อหน่ายและไม่อยากมาอุดหนุนอีก

5.มีความอดทนรอคอยผลลัพธ์จากธุรกิจได้

คุณจะต้องให้เวลากับธุรกิจของคุณ อดทนรอคอยผลลัพธ์ได้ เหมือนการปลูกต้นไม้หวังดอกหวังผล ก็ต้องคอยรดน้ำใส่ปุ๋ย พรวนดินไม่ใช่เปิดร้านหรือบริษัทได้ 1 เดือน ไม่มีลูกค้าก็ท้อแท้เลิกกิจการไปกลางครัน

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ สำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคุณและครอบครัว เผลอ ๆ คุณอาจมีรายได้ดีมากกว่างานประจำหลายต่อหลายเท่า แต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องมีความรอบคอบ ใช้สติปัญญาความสามารถมากกว่าทุ่มทุนเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้หากธุรกิจดำเนินไปได้ดีแล้ว คุณจึงค่อยเอาผลกำไรไปขยายธุรกิจของคุณให้เติบโตต่อไป

เป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์ได้ไม่ยาก แค่คุณมี 5 คุณสมบัติเหล่านี้

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ปรารถนาการเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์กันทั้งนั้น แม้แต่ผู้ชายเองเกือบทั้งหมด ก็ต้องการผู้หญิงเพอร์เฟกต์หรือเรียกอีกอย่างว่ามีความสมบูรณ์แบบมาเป็นแฟน คำว่าผู้หญิงเพอร์เฟกต์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ผู้หญิงที่สวยเลิศเลอ ร่ำรวยหรือมีชาติตระกูลสูง นามสกุลดังแต่อย่างไร แต่ผู้หญิงเพอร์เฟกต์ที่ว่านี้ คือผู้หญิงที่ใคร ๆ อยากคบหาสมาคมด้วย ได้อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ได้พูดคุยแล้วสบายใจ ได้ข้อคิดและพลังดี ๆ จากเธอแบบนี้ เป็นต้น ซึ่งผู้หญิงหลายคนอาจจะยังไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ คุณจึงไม่มีเสน่ห์ที่จะดึงดูดผู้คนและสิ่งดี ๆ เข้ามา แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณตั้งใจจะเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์ แค่คุณเริ่มต้นทำตาม 5 คุณสมบัติเหล่านี้ มีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

5 คุณสมบัติทำให้คุณกลายเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์

1.เริ่มต้นดูแลตัวเอง ตั้งแต่การรักษาความสะอาด ทั้งเสื้อผ้า ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ผม เล็บมือ เล็บเท้า ช่องปาก ต้องไม่มีกลิ่นปาก รังแค หรือโรคผิวหนังเด็ดขาด และเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับบุคลิกตัวเอง ที่ใส่แล้วเกิดความมั่นใจและถูกกาลเทศะ รองเท้าก็ต้องไม่มีกลิ่นอับของเท้าหรือรองเท้าเด็ดขาด ใส่ใจทุกรายละเอียดของร่างกาย เสื้อผ้า หน้า ผม โดยเน้นความสะอาดเป็นสำคัญ รวมถึงการมีรูปร่างที่ดี จากการควบคุมอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อนและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องใส่ใจเพิ่มขึ้น

2.มีมารยาท และมีอัธยาศัยที่ดี

ข้อนี้เป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้หญิงเพอร์เฟกต์ จะต้องมีมารยาททั้งในการพูด และการเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่นินทาว่าร้ายผู้อื่น ไม่พูดคุยด้วยอารมณ์ แต่ใช้สติและเหตุผล ยิ้มแย้มแจ่มใส มีการทักทายปราศัย รู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวก่ายในพื้นที่หรือเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ต้องให้เกียรติและเคารพในสิทธิของผู้อื่นเสมอ

3.มีน้ำใจรู้จักแบ่งปัน

คุณจะต้องเป็นผู้ให้ที่ดี ทั้งให้สิ่งของ ให้รอยยิ้ม ให้สติปัญญา ให้วิชาความรู้ มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงาน และผู้อื่น ไม่ตระหนี่ในทรัพย์ ไม่แล้งน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่จะทำได้

4.มีวินัยในการใช้ชีวิต

คุณต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัดในการใช้ชีวิตตั้งแต่ตื่นนอน กินอาหาร การทำงาน การพักผ่อน การออกกำลังกาย ซึ่งวินัยเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่ดีขึ้น

5.มีความรับผิดชอบสูง

ไม่ว่าจะเป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน คุณจะต้องทำงานให้เหมือนกับคุณเป็นเจ้าของบริษัทหรือธุรกิจเอง ทำงานอย่างเต็มที่เต็มกำลัง รวมถึงความรับผิดชอบต่อครอบครัว คุณต้องดูแลให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวเป็นพิเศษ ดูแลพวกเค้าอย่างดี รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ อย่างถูกต้อง

และทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 คุณสมบัติที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ มีคุณค่าทั้งภายนอกและภายใน ที่สำคัญเมื่อคุณทำบ่อย ๆ ทุกวันสม่ำเสมอ คุณสมบัติเหล่านี้มันจะกลายเป็นเนื้อแท้กับตัวคุณ เปลี่ยนคุณให้มีเสน่ห์ เป็นที่ดึงดูดให้สนใจ มีพลังดี ๆ ที่ส่งออกไปโดยที่คนอื่นรับรู้ได้นั่นเอง

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ผิวขาวใส โดยไม่ต้องพึ่งเข็มและยา

ในยุคปัจจุบันนี้ ความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีด้านความงาม ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อหนุ่มสาวอย่างมาก เพราะสามารถเนรมิตคนที่มีหน้าตาธรรมดาๆ ให้กลับสวยหล่อขึ้นมาได้อย่างกับคนละคน ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมโดยมีดหมอ ทั้งเสริมหน้าอก เสริมจมูก เสริมคาง และที่กำลังมาแรงในตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นการฉีดผิวขาว ไม่ว่าจะฉีดกลูต้าไธโอน ฉีดวิตามินเข้าผิว ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นให้ความสนใจกันเป็นอันมาก ถึงแม้จะอยู่ในความดูแลของหมอ แต่อย่างไรก็ตามก็สู้วิธีการทางธรรมชาติไม่ได้แน่นอน เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงมากจากการฉีดผิว รวมทั้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะสามารถมีสุขภาพผิวที่ดี ขาวเนียนใสได้โดยไม่ต้องพึ่งเข็มและยา ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ให้มีผิวขาวเนียนใสด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ที่ได้ผลและปลอดภัยสูงสุด รวมถึงการมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นด้วย อยากรู้แล้วใช่ไหม ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

การดูแลตัวเองให้มีผิวขาวเนียนใส

1.ดื่มน้ำที่มีคุณภาพ วันละ 3 ลิตร

น้ำคือ องค์ประกอบหลักของผิวพรรณ เราควรเลือกดื่มน้ำที่สะอาด มีคุณภาพอย่างน้ำแร่ให้ได้วันละ 3 ลิตร / วัน ทุกๆ  2  ชม. เพื่อให้เกิดการขยายตัวของผิวหนังและหลอดเลือด ในการนำวิตามินแร่ธาตุต่างๆ เข้าสู่ผิวได้มากขึ้น เกิดความขาวกระจ่างใส นอกจากนี้ร่างกายยังขับสารพิษในผิวหรือสารพิษในร่างกาย เช่น ตับ ไต ที่เกิดจากสารเคมีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาหรืออาหารที่เรากินเข้าไป หรือเครื่องสำอาง เครื่องประทินผิวที่เราใช้ ออกมาทางปัสสาวะและระบบขับถ่ายของเรา เพื่อฟื้นฟูร่างกายใหม่ ส่งผลดีต่อระบบผิวพรรณและสุขภาพของเรานั่นเอง อย่างที่เราเคยได้ยินกันว่า ผิวมีน้ำมีนวล แบบนั้นเลย

2.การดื่มนมวัวแท้ 100%

การดื่มนมวัว เป็นการเติมโปรตีนให้กับผิว มีความยืดหยุ่นแข็งแรง เพราะในนมวัวมีกรดอะมิโนจากโปรตีนที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตวิตามินซีขึ้นมาได้มากกว่าเดิม ผิวจึงขาวเนียนใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยขับถ่ายจุลินทรีย์ตัวเสียออกจากร่างกาย ซึ่งควรดื่มนมวัวแท้ 100% แบบไม่พร่องมันเนย ให้ได้วันละ 500 ml. จะแบ่งทานระหว่างวัน หรือทานทีเดียวพร้อมกันเลยก็ได้เช่นกัน

3.ดื่มน้ำผลไม้ตระกูลวิตามินซี

อาจเป็นน้ำส้มคั้นจากส้มเปลือกแข็งอย่างเช่น พันธุ์ธนาธร ก็ได้ คั้นน้ำดื่มก่อนนอนให้ได้ 500 ml. ต่อวัน หรืออาจเป็นน้ำผลไม้อื่นๆ ตามชอบ อย่างน้ำฝรั่ง น้ำเสาวรส เพราะวิตามินซี ในน้ำผลไม้จะช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุ แมงกานีส ฟอสฟอรัส ที่ไปช่วย กระบวนการขยายตัวของหลอดเลือดให้เลือดลมไหลเวียนดี ทำให้ผิวมีเลือดฝาด หรือที่เรียกกันว่า ผิวขาวใสอมชมพูนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ใกล้ตัวที่เริ่มจากการดูแลตัวเองด้วยอาหารการกิน เป็นวิธีการทางธรรมชาติที่ปลอดภัยและได้ผลมากที่สุด หากใครนำไปใช้ ก็ไม่ยากเลยที่คุณจะมีผิวขาวเนียนใส สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ลองไปทำกันดูนะ