รู้จักเรา รู้จักโรค ชีวิตห่างไกลโรงพยาบาล

“ความไม่มีโรค ย่อมเป็นลาภอันประเสริฐ” ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ในทุกยุคสมัย ยิ่งกระแสวัตถุนิยมนำความเจริญมาสู่สังคมมากขึ้นเท่าไร โรคภัยไข้เจ็บก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เห็นได้จากผลวิจัยจากหลายสถาบันที่ชี้ชัดตรงกันว่า โรคภัยไข้เจ็บที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปไม่น้อยในแต่ละปีนั้น อันดับ 1 ได้แก่ โรคมะเร็ง อันดับ 2 โรคหลอดเลือดหัวใจ  อันดับ 3 โรคเบาหวาน อันดับ 4 โรคความดันโลหิตสูง อันดับ 5  โรควัณโรค  อันดับ 6 โรคปอดเรื้อรัง  อันดับ 7 โรคภูมิแพ้ อันดับ 8 โรคระบบประสาทจิตเวช อันดับ 9 โรคระบบกล้ามเนื้อ และ อันดับ 10 โรคอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่จะตามมาแบบแพคเก็จเสริมเลยทีเดียว

รู้ดัชนีมวลกาย ห่างไกลโรคอ้วน

เนื่องจากโรคอ้วนเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่ตามมาอย่างมากมาน  จึงมีการคิดค้นสูตรเพื่อคำณวนหาค่าดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) เพื่อใช้ประเมินภาวะร่างกายของคนเราที่มีอายุตั้งแต่ 20 ขึ้น วิเคราะห์ว่าคน ๆนั้น อ้วนหรือผอมเกินไป โดยการคำณวนจากการน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง

สูตร ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
ส่วนสูง (เมตร) ยกำลัง 2

ตัวอย่าง เช่น ถ้าคุณมีน้ำหนัก 75 กิโลกรัม และสูง 160 ซม.
ดัชนีมวลกาย (BMI) =   75

ส่วนสูง (1.60) *2

ดัชนีมวลกาย (BMI) = 29.3

สำหรับคนไทยหรือชาวเอเชีย หากดัชนีมวลกายอยู่ในช่วง 25.00 – 29.99 ก็เข้าข่ายต้องเฝ้าระวังโรคอ้วนและปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา มาว่าจะเป็น โรคความดัน โรคเบาหวาน โรคเกาต์ และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

คนรุ่นใหม่ ไม่นิยมโรคอ้วน

โรคอ้วนนับเป็นอีกโรคหนึ่งที่คนไทยนิยมเป็นกันมาก เนื่องด้วยวิถีชีวิตของคนในสังคมเมืองแปรเปลี่ยนไป ต้องผูกติดอยู่กับชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มมากขึ้นหรือแทบจะตลอดเวลา อีกทั้งรูปแบบการบริโภคที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว และมองข้ามการออกกำลังกาย หรือบางรายอาจมีปัญหาเรื่องระบบเผาผลาญพลังงานและไขมันได้น้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องของฮอร์โมนหรืออาจเป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคเบาหวาน และความดัน เป็นต้น  เมื่อมีน้ำหนักที่เกินกว่าความสูงค่อนข้างมาก แขน ขาและพุงเริ่มหนาขึ้น และมีอาการหายใจลำบาก นั่นคือสัญญาณว่าเราควรที่จะต้องหันมาลดความอ้วนกันแบบจริงจัง ก่อนที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนอันตรายอื่น ๆ ตามมา ทางการแพทย์แนะนำให้ลดน้ำหนักลงอย่างน้อย 10% ภายใน 6 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและหักโหมจนเกินไป เริ่มจากการดูแลเรื่องอาหารการกิน ควรเพิ่มอาหารไขมันต่ำ ลดอาหารไขมันสูง เพิ่มปริมาณผักและผลไม้, ลดความเครียด แล้วหันมาออกกำลังกายให้บ่อยขึ้น เช่น ช่วงเช้าควรออกกำลังกายต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 15 นาที  และในช่วงเย็นอาจหาเวลาเดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬาในร่ม อย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก็จะไม่ถามหา

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงแนวทางเล็กน้อยสำหรับคนฉลาดเลือกเช่นคุณ แต่อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีไม่มีขาย แต่เริ่มได้ที่ตัวเรา หากเราหันมาศึกษาและเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ เติมคุณค่าสารอาหารให้แก่ร่างกายของ เพียงเท่านี้คุณก็จะกลายเป็นคนทันสมัย รู้จักวิธีดูแลร่างกาย สร้างคุณค่าให้กับตนเอง แถมยังห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย

สมุนไพรพื้นบ้าน ภูมิปัญญาไทย  

แม้ยุคสมัยจะแปรเปลี่ยนไป แต่อาหารยังคงเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต การรับประทานอาหารจึงเป็นมากกว่าที่หลายคนคิด อาหารพื้นบ้านที่ประกอบด้วยพืชผักสมุนไพร คือภูมิปัญญาของคนสมัยโบราณ ที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์และสรรพคุณทางยาของพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ซึ่งคนสมัยโบราณนำมาปรุงแต่งจัดเรียงเป็นสำรับอาหารที่สวยงาม เลิศรสและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ เรียกได้ว่าสำรับอาหารไทยรวมเอาทั้งศาสตร์และศิลป์มาอยู่ในวิถีการกินของคนเราอย่างแยบยล  นอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เบิกบาน แล้วยังช่วยยืดอายุของผู้รับประทานไปได้อีกยาวไกล

กินอาหารเป็นยา ดีกว่ากินยาเป็นอาหาร

ปัจจุบันวงการแพทย์ได้ให้ความสนใจในสรรพคุณของพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านของไทยหลายชนิด โดยมีการค้นคว้าวิจัยมากมายเกี่ยวกับ ประโยชน์ของสมุนไพรไทยและผักพื้นบ้าน ที่เรานิยมนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ยกตัวอย่าง เช่น น้ำพริกกะปิแกล้มด้วยผักสด และเครื่องเทศ สมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบหลักในเครื่องแกงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แกงเผ็ด แกงส้ม ต้มยำ เป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบหลัก ที่เป็นพระเอกชั้นแนวหน้าของครัวไทยคงหนีไม่พ้น กระเทียม

กระเทียมมีสรรพคุณมากมาย เป็นเหตุให้กระเทียมเป็นสมุนไพรทางเลือกในบำบัด รักษาและส่งเสริมสุขภาพ  ซึ่งงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า กระเทียมมีสรรพคุณ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด รักษาโรคความดันโลหิตสูง ปรับสมดุลในร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคมะเร็ง เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูก และสรรพคุณอื่น ๆ อีกรวม 49 ประการ พร้อมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่ความเชื่อและศาสตร์ในสมุนไพรทางเลือกชนิดนี้ได้แพร่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก นำมาซึ่งกระบวนการคิด “กินอาหารเป็นยา ยังดีกว่ากินยาเป็นอาหาร”

อาหารเพื่อสุขภาพและความงาม

ขณะที่เทรนอาหารแฟชั่นที่กำลังมาแรง การดูแลสุขภาพวิถีไทยโดยการนำพืชผักสมุนไพรพื้นบ้าน ก็ได้ถูกนำมาต่อยอดเพิ่มมูลค่า ในเมนูอาหารต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น อาหารคลีน และอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคในการรับประทานอาหารโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 อาหารประเภทโปรตีน ซึ่งเหมาะที่จะรับประทานในมื้อเช้า เพื่อใช้เป็นพลังงานในชีวิตประจำวัน ส่วนโปรตีนที่รับประทานในมื้อเย็นนั้น ควรเป็นโปรตีนจากพืช เช่น ธัญพืช ถั่วเหลือง เต้าหู้ และเวย์โปรตีน ต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย  กระตุ้นโกรทฮอร์โมนให้ทำหน้าที่ซ่อมแซมร่างกายให้ฟื้นคืนสู่สภาพปกติ

กลุ่มที่ 2 ได้แก่ น้ำเปล่า  ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญ 90 เปอร์เซ็นต์ของร่ายกาย ซึ่งเราควรดื่มน้ำเปล่าไม่ต่ำกว่า 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อฟื้นฟูเซลล์ให้แข็งแรงไม่เกิดริ้วรอยได้ง่าย

กลุ่มที่ 3 ได้แก่ วิตามิน A C และ E  หรือ โคเอนไซด์คิวเทน ที่ช่วยกระตุ้นให้ไมโทคอนเดรีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ในร่างกายทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นเราจึงไม่อาจมองข้ามภูมิปัญญาเรื่องอาหารและการดูแลสุขภาพแบบวิถีไทย คุณค่าของพืชผักสมุนไพรใกล้ตัว ที่อยู่คู่ครัวไทยมานานแสนนาน  เหล่านี้เองคือเคล็ดลับที่ช่วยสร้างสมดุลชีวิต ทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้คนเรามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์สมวัย ได้อีกนานเลยทีเดียว